เงินบาทยังอ่อนค่า กสิกรไทยคาดสัปดาห์หน้าเคลื่อนไหวในกรอบ 32.10-33.10 บาทต่อดอลลาร์ฯ จับตา 6 ปัจจัยสำคัญในสัปดาห์หน้า รายงานเศรษฐกิจและการเงินเดือนก.พ. ของไทย สถานการณ์ในตะวันออกกลาง ทิศทางราคาน้ำมัน ฟันด์โฟลว์ของต่างชาติและสัญญาณแนวโน้มดอกเบี้ยเฟด รวมถึงราคาทองคำ
ศูนย์วิจัยกสิกรไทย สรุปความเคลื่อนไหวของค่าเงินบาทว่า เงินบาทยังคงเคลื่อนไหวในกรอบอ่อนค่า ท่ามกลางความกังวลต่อความไม่แน่นอนของสถานการณ์สงคราม โดยเงินบาททำสถิติอ่อนค่าสุดในรอบ 10 เดือนที่ 33.06 บาทต่อดอลลาร์ฯ ช่วงต้นสัปดาห์ท่ามกลางสัญญาณตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านที่ยังไม่เปิดช่องแคบฮอร์มุซ
อย่างไรก็ดี เงินบาทกลับมาฟื้นตัวขึ้นช่วงสั้น ๆ ในช่วงต่อมาตามแรงซื้อคืนสกุลเงินและสินทรัพย์เสี่ยงในฝั่งเอเชียรับความหวังว่า สถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางอาจคลี่คลายลงบางส่วน หลังมีรายงานข่าวระบุว่า สหรัฐฯ จะชะลอการโจมตีโรงไฟฟ้าและโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานของอิหร่านออกไปก่อน
เงินบาทกลับไปเคลื่อนไหวในกรอบอ่อนค่าในช่วงที่เหลือของสัปดาห์สอดคล้องกับทิศทางราคาน้ำมันในตลาดโลกที่ยังคงปรับตัวอยู่ในกรอบสูงรับสัญญาณที่สะท้อนว่า ความตึงเครียดในตะวันออกกลางอาจไม่สามารถยุติได้เร็ว เนื่องจากทั้ง 2 ฝ่ายต่างเสนอเงื่อนไขหลายข้อที่จะต้องพิจารณาก่อนนำไปสู่การเริ่มเจรจา
นอกจากนี้ เงินดอลลาร์ฯ ยังมีแรงหนุนเพิ่มเติมจากความกังวลต่อความเสี่ยงเงินเฟ้อที่จะส่งผลทำให้เฟดอาจไม่สามารถปรับลดดอกเบี้ยลงในปีนี้
ในวันศุกร์ที่ 27 มี.ค. 2569 เงินบาทปิดตลาดในประเทศที่ 32.92 บาทต่อดอลลาร์ฯ (แตะระดับอ่อนค่าสุดในรอบ 10 เดือนที่ 33.06 ในระหว่างสัปดาห์) เทียบกับระดับ 32.78 บาทต่อดอลลาร์ฯ ในวันศุกร์ก่อนหน้า (20 มี.ค.)
สำหรับสถานะพอร์ตการลงทุนของนักลงทุนต่างชาติระหว่างวันที่ 23-27 มี.ค. 2569 นั้น นักลงทุนต่างชาติซื้อสุทธิหุ้นไทย 2,011 ล้านบาท และมีสถานะอยู่ในฝั่ง Net Inflows เข้าตลาดพันธบัตรไทย 13,265 ล้านบาท (ซื้อสุทธิพันธบัตร 13,275 ล้านบาท หักตราสารหนี้หมดอายุ 10 ล้านบาท)
ส่วนสัปดาห์หน้า หรือระหว่างวันที่ 30 มี.ค.-3 เม.ย. 2569 ธนาคารกสิกรไทยมองกรอบการเคลื่อนไหวของค่าเงินบาทที่ระดับ 32.10-33.10 บาทต่อดอลลาร์ฯ
ขณะที่ศูนย์วิจัยกสิกรไทยประเมินปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตาม ได้แก่ รายงานเศรษฐกิจและการเงินเดือนก.พ. ของไทย สถานการณ์ในตะวันออกกลาง ทิศทางราคาน้ำมันในตลาดโลก ฟันด์โฟลว์ของต่างชาติและสัญญาณเกี่ยวกับแนวโน้มดอกเบี้ยจากถ้อยแถลงของเจ้าหน้าที่เฟด
สำหรับข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่สำคัญ ได้แก่ ตัวเลขการเปิดรับสมัครงานและยอดค้าปลีกเดือนก.พ. ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภค ดัชนี PMI/ISM ภาคการผลิตและภาคบริการ ตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรและอัตราการว่างงานเดือนมี.ค. รวมถึงตัวเลขการจ้างงานของภาคเอกชนและจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์
นอกจากนี้ตลาดยังรอติดตามดัชนี PMI ภาคการผลิตเดือนมี.ค. ของจีน ญี่ปุ่น ยูโรโซนและอังกฤษ รวมถึงตัวเลขอัตราเงินเฟ้อเดือนมี.ค. ของยูโรโซนด้วยเช่นกัน
ส่วนความเคลื่อนไหวของตลาดหุ้นไทย ดัชนีหุ้นไทยยังคงเคลื่อนไหวผันผวนตามประเด็นความขัดแย้งในตะวันออกกลาง โดย SET Index ปรับตัวลงจนหลุดแนว 1,400 จุดในช่วงต้นสัปดาห์สอดคล้องกับทิศทางตลาดหุ้นภูมิภาคท่ามกลางแรงขายของกลุ่มนักลงทุนต่างชาติและสถาบันในประเทศ เนื่องจากสถานการณ์ในตะวันออกกลางยกระดับความตึงเครียดขึ้น หลังสหรัฐฯ ประกาศจะโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานของอิหร่านหากไม่เปิดช่องแคบฮอร์มุซภายใน 48 ชั่วโมง
อย่างไรก็ดี ในเวลาต่อมาสหรัฐฯ ประกาศเลื่อนการโจมตีดังกล่าวออกไป 5 วันและส่งสัญญาณว่ามีการเจรจากับอิหร่าน ประกอบกับมีรายงานข่าวว่าอิหร่านปล่อยให้เรือขนน้ำมันของไทยผ่านช่องแคบฮอร์มุซได้อย่างปลอดภัย ส่งผลให้ดัชนีหุ้นไทยดีดตัวขึ้นจนถึงช่วงกลางสัปดาห์ นำโดยหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี พลังงานและแบงก์
ดัชนีหุ้นไทยลดช่วงบวกลงบางส่วนในช่วงที่เหลือของสัปดาห์ เนื่องจากมีกระแสข่าวที่สร้างความสับสนให้กับตลาด ไม่ว่าจะเป็นข่าวอิหร่านออกมาปฏิเสธถึงการเจรจากับสหรัฐฯ หรือข่าวที่ว่าสหรัฐฯ ประกาศเลื่อนโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานของอิหร่านออกไปอีก 10 วันเนื่องจากอยู่ระหว่างการเจรจากับอิหร่าน สะท้อนถึงความไม่แน่นอนของสถานการณ์ในตะวันออกกลาง แม้นักลงทุนต่างชาติจะกลับเข้ามาซื้อสุทธิในช่วงปลายสัปดาห์ก็ตาม
ในวันศุกร์ที่ 27 มี.ค. 2569 ดัชนี SET ปิดที่ระดับ 1,447.05 จุด เพิ่มขึ้น 0.98% จากระดับปลายสัปดาห์ก่อน ขณะที่มูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยต่อวันอยู่ที่ 65,096.46 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 0.96% จากสัปดาห์ก่อน ส่วนดัชนี mai ลดลง 0.73% มาปิดที่ระดับ 217.47 จุด
ส่วนสัปดาห์ถัดไป (30 มี.ค. – 3 เม.ย. 2569) บริษัทหลักทรัพย์กสิกรไทย จำกัด มองว่า ดัชนีหุ้นไทยมีแนวรับที่ 1,430 และ 1,410 จุด ขณะที่แนวต้านอยู่ที่ 1,465 และ 1,490 จุด ตามลำดับ
โดยศูนย์วิจัยกสิกรไทยประเมินปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตาม ได้แก่ ถ้อยแถลงของเจ้าหน้าที่เฟด สถานการณ์ตึงเครียดในตะวันออกกลางและทิศทางเงินทุนต่างชาติ ส่วนตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่สำคัญ ได้แก่ ยอดค้าปลีกเดือนก.พ. ดัชนี ISM และ PMI ภาคการผลิตและการบริการ ตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรและอัตราการว่างงานเดือนมี.ค. และจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์
ขณะที่ปัจจัยเศรษฐกิจต่างประเทศอื่น ๆ ได้แก่ ผลผลิตภาคอุตสาหกรรมเดือนก.พ. ของญี่ปุ่น ดัชนีราคาผู้บริโภคเดือนมี.ค. (เบื้องต้น) ของยูโรโซน รวมถึงดัชนี PMI เดือนมี.ค. ของหลายประเทศ
ปลายสัปดาห์ที่ผ่านมา( 27 มี.ค.69 ฮั่วเซ่งเฮง วิเคราะห์แนวดน้มราคทองว่า ทองโลกยังคงทรงตัวในกรอบแนวรับ / ต้าน จากการที่ดัชนีเงินดอลลาร์ (DXY) มีแนวโน้มปรับตัวขึ้นเป็นวันที่ 3 สู่ระดับ 99.97 หน่วย จาก 99.19 หน่วย อีกทั้งบอนด์ยีลด์สหรัฐฯ อายุ 10 ปี มีแนวโน้มปรับตัวขึ้นเป็นที่ 2 สู่ระดับ 4.45% จาก 4.34% สืบเนื่องมาจากปธน.ทรัมป์ ได้ตัดสินใจเลื่อนเส้นตายในการโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานของอิหร่านออกไปอีก 10 วัน ซึ่งเป็นการสร้างความไม่แน่นอนให้ข้ามไปสู่เดือนเมษายน
ในขณะที่สหรัฐฯใช้จังหวะนี้ในการระดมกำลังทหารเข้าสู่ภูมิภาคเพิ่มเติม ทั้งนาวิกโยธิน และทหารพลร่มจากกองพลที่ 82 โดยกระทรวงกลาโหมกำลังพิจารณาประเมินการส่งทหารราบเข้าไปเพิ่มอีกถึง 10,000 นาย เข้าสู่ภูมิภาคตะวันออกกลาง
นอกจากนี้ นางลิซา คุก ผู้ว่าการเฟด ได้ออกมาแสดงความกังวลว่า ราคาน้ำมันที่พุ่งสูงขึ้นได้เปลี่ยนสมดุลความเสี่ยงไปแล้ว โดยระบุชัดเจนว่า ในตอนนี้ เงินเฟ้อได้กลายมาเป็นความกังวลที่ใหญ่กว่าเรื่องการจ้างงาน
อย่างไรก็ตาม ทางด้านการฑูต รองปธน.สหรัฐฯ นายเจ.ดี. แวนซ์ กำลังบินไปปากีสถานสุดสัปดาห์นี้เพื่อหาทางเจรจาการยุติสงคราม ทำให้ตลาดยังคงติดตามแนวโน้มการยุติภาวะสงครามสหรัฐฯ – อิหร่านที่ยังคงมีความไม่แน่นอนสูง
วิเคราะห์ราคาทอง
ราคาทองโลกปรับตัวขึ้นทดสอบแนวต้านที่ 4,480 ดอลลาร์ และมีการย่อตัวลง จึงประเมินว่า ทองโลกมีแนวโน้มปรับตัวลงทดสอบแนวรับบริเวณ 4,350 และ 4,300 ดอลลาร์ และอาจมีการฟื้นตัวขึ้นอีกครั้งในภายหลัง แต่หากทองโลกหลุดแนวรับถัดไปที่ 4,300 ดอลลาร์ ลงไป ทองโลกอาจปรับฐานลงต่อเนื่อง
อ่านข่าวต้นฉบับ: เงินบาทอ่อนค่า จับตาสัปดาห์หน้า 6 ปัจจัยสำคัญ ราคาน้ำมัน-ทองคำ
