รัฐบาลเร่งสกัดผลกระทบวิกฤตโลก ดูแลค่าครองชีพ จัดทีมลงพื้นที่ทุกวัน เปิด “ไทยช่วยไทย” ลดราคาสินค้าจำเป็นกว่า 1,000 รายการ สูงสุด 50% เตรียมประชุมโครงสร้างพลังงาน พร้อมหาตลาดให้สินค้าไทย
นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยผ่านงานแถลงข่าวในกิจกรรม “MEET The Press: 1 เดือน วิกฤตโลก : แผนรับมือไทย ในโลกที่ไม่เหมือนเดิม” เมื่อวันที่ 28 มีนาคม 2569 ที่ผ่านมา ว่า สำหรับแนวทางรับมือสถานการณ์เศรษฐกิจโลกที่มีความผันผวนสูงและยากต่อการควบคุม รัฐบาลจะเข้าไปดูแลประชาชนทั่วประเทศอย่างเต็มที่
สถานการณ์ปัจจุบันได้รับผลกระทบจากปัจจัยความไม่แน่นอนหลายด้าน โดยเฉพาะสินค้าที่เชื่อมโยงกับต้นทุนพลังงาน ซึ่งส่งผลต่อเนื่องไปยังราคาสินค้าอุปโภคบริโภคในประเทศ กระทรวงพาณิชย์จึงได้เร่งดำเนินมาตรการสำคัญ 3 ด้าน เพื่อดูแลค่าครองชีพประชาชนและรักษาเสถียรภาพด้านราคา
1.กำกับดูแลสินค้าควบคุมอย่างเข้มงวด ภายใต้พระราชบัญญัติว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ พ.ศ. 2542 ปัจจุบันมีสินค้าควบคุม 59 รายการ โดยกระทรวงฯ ได้เร่งทบทวนบัญชีสินค้าควบคุมเร็วกว่าปกติ จากเดิมจะมีการประชุมในเดือนมิถุนายน เพื่อเพิ่มรายการสินค้าจำเป็นในชีวิตประจำวัน พร้อมยกระดับมาตรการกำกับดูแล โดยกำหนดให้สินค้าบางประเภทต้องขออนุญาตก่อนปรับขึ้นราคา และเพิ่มอีก 7 รายการในกลุ่มสินค้าที่ต้องแจ้งข้อมูลล่วงหน้า ทั้งในด้านราคาและปริมาณ เพื่อให้สามารถติดตามสถานการณ์ได้อย่างใกล้ชิด
สำหรับสินค้าพลังงาน แม้อยู่ภายใต้กฎหมายเฉพาะของกระทรวงพลังงาน กระทรวงพาณิชย์จะเชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมตรวจสอบโครงสร้างต้นทุนตั้งแต่กระบวนการผลิตจนถึงผู้บริโภค เพื่อประเมินความเหมาะสมของการกำหนดราคาและค่าพรีเมียมต่าง ๆ
ขณะเดียวกัน กระทรวงพาณิชย์ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบการปิดป้ายราคาสินค้าอย่างต่อเนื่อง โดยร่วมกับกรมการค้าภายใน พาณิชย์จังหวัด และคณะกรรมการส่วนจังหวัด (กจร.) ตรวจสอบแล้วกว่า 4,000 แห่งทั่วประเทศ และได้รับเรื่องร้องเรียนจากประชาชนกว่า 400 เรื่อง ซึ่งได้ดำเนินการแก้ไขแล้วมากกว่าครึ่ง โดยเฉพาะในกลุ่มสินค้าควบคุมจะมีการดำเนินการอย่างเข้มงวด
2.มาตรการลดค่าครองชีพประชาชน ผ่านความร่วมมือกับผู้ผลิต ผู้ประกอบการค้าปลีกและค้าส่งทั่วประเทศ เพื่อดูแลราคาสินค้าอย่างเป็นระบบ โดยคำนึงถึงทั้งผู้ประกอบการและผู้บริโภคให้สามารถอยู่ร่วมกันได้ กระทรวงฯ ได้จัดทำสินค้า “ไทยช่วยไทย” ซึ่งจะเริ่มตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 2569 โดยมีสินค้าจำเป็นกว่า 1,000 รายการ ลดราคาสูงสุดถึง 50% และเฉลี่ยลดลง 25–50% ครอบคลุมทั้งกรุงเทพมหานครและ 76 จังหวัดทั่วประเทศ
นอกจากนี้ ในระยะยาว กระทรวงพาณิชย์มีแผนใช้กลไกของกรมพัฒนาธุรกิจการค้าในการยกระดับสินค้าในระดับชุมชนทั่วประเทศ ให้สามารถเข้าสู่ช่องทางจำหน่ายทั้งในห้างค้าปลีก ค้าส่ง และแพลตฟอร์มออนไลน์ โดยรัฐบาลอยู่ระหว่างพัฒนาแพลตฟอร์มกลางเพื่อรองรับสินค้าชุมชนและเพิ่มโอกาสทางการตลาด
อีกทั้งยังได้เร่งขยายสินค้าธงฟ้า ซึ่งเป็นโครงการจำหน่ายสินค้าราคาประหยัดสู่ชุมชน โดยกำหนดแผนลงพื้นที่กว่า 500 แห่งทั่วประเทศในช่วงเดือนเมษายน–พฤษภาคมนี้ รวมถึงการจัดหน่วยธงฟ้าเคลื่อนที่เพื่อเข้าถึงพื้นที่ห่างไกล ให้ประชาชนสามารถเข้าถึงสินค้าจำเป็นได้อย่างทั่วถึง
3.การบริหารจัดการด้านอุปทานและการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ได้ประสานงานอย่างใกล้ชิดกับกระทรวงการต่างประเทศ เพื่อติดตามสถานการณ์การขนส่งสินค้าผ่านช่องแคบสำคัญ ซึ่งปัจจุบันมีเรือบรรทุกวัตถุดิบ เช่น ปุ๋ย น้ำมันเชื้อเพลิง และผลิตภัณฑ์ปิโตรเคมี ติดค้างอยู่ในเส้นทางขนส่ง โดยเฉพาะปุ๋ยที่มีเรือค้างอยู่ 5 ลำ ส่งผลกระทบต่อปริมาณสำรองในประเทศ จากเดิมที่คาดว่าจะเพียงพอถึงเดือนสิงหาคม
กระทรวงพาณิชย์ได้ร่วมกับกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และภาคเกษตรกร ปรับแนวทางการใช้ปุ๋ย โดยส่งเสริมการปรับสูตรเพื่อลดการพึ่งพาวัตถุดิบนำเข้า พร้อมยืนยันว่าการปรับราคาปุ๋ยซึ่งเป็นสินค้าควบคุม จะต้องอยู่ภายใต้การอนุญาตและตรวจสอบต้นทุนอย่างเหมาะสม
พร้อมกันนี้ ยังได้รวบรวมข้อมูลเรือสินค้าที่ค้างอยู่ในช่องแคบ และประสานกับกระทรวงการต่างประเทศเพื่อหาแนวทางแก้ไข ขณะเดียวกัน ผู้ประกอบการส่งออกของไทย โดยเฉพาะสินค้าข้าวที่ส่งไปยั ตะวันออกกลาง เช่น อิรัก ได้รับผลกระทบจากการขนส่ง ซึ่งรัฐบาลอยู่ระหว่างการเจรจาเพื่อให้สามารถขนส่งสินค้าได้ แม้อาจมีความล่าช้าแต่ยังไม่ยกเลิกคำสั่งซื้อ
นางศุภจี กล่าวว่า กระทรวงพาณิชย์ยังได้เร่งหาตลาดส่งออกใหม่ เพื่อลดผลกระทบจากสถานการณ์ดังกล่าว โดยได้หารือกับเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐแอฟริกาใต้ประจำประเทศไทย และลาตินอเมริกา และสั่งการทูตพาณิชย์ทั่วโลก เพื่อขยายโอกาสทางการค้าและรักษาระดับการส่งออกของไทยให้ได้รับผลกระทบน้อยที่สุด
ทั้งนี้ รัฐบาลยืนยันว่าจะใช้ทุกมาตรการอย่างบูรณาการ เพื่อดูแลเศรษฐกิจและความเป็นอยู่ของประชาชนในช่วงวิกฤตโลกที่มีความผันผวนสูง พร้อมสร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจของประเทศในระยะยาวต่อไป
นอกจากนี้ กระทรวงพาณิชย์ยังเตรียมมาตรการดูแลราคาข้าวแกง โดยนำวัตถุดิบสินค้าที่จำเป็นจากต้นทาง อาทิ ข้าวสาร น้ำมันพืช ไข่ไก่ และน้ำตาลทราย เข้าไปสนับสนุนร้านอาหารปรุงสำเร็จในราคาพิเศษ เช่น ร้านอาหารตามสั่ง ร้านข้าวแกง และร้านเครื่องดื่มในตลาดสดทั่วกรุงเทพมหานครและปริมณฑล
โดยจะเริ่มดำเนินโครงการนำร่องใน 24 แห่ง แห่งละ 2 ครั้ง รวม 48 ครั้งในระยะสั้น และมีแผนขยายผลอย่างต่อเนื่อง เพื่อช่วยลดต้นทุนวัตถุดิบให้ผู้ประกอบการ และชะลอการปรับขึ้นราคาจำหน่ายไม่ให้สูงเกินสมควร
และกระทรวงพาณิชย์ขอความร่วมมือผู้ประกอบการให้แสดงราคาจำหน่ายอย่างชัดเจน เพื่อให้ผู้บริโภครับทราบข้อมูลก่อนตัดสินใจซื้อ หากพบการไม่ปิดป้ายราคา หรือแจ้งราคาไม่ถูกต้อง จะมีการดำเนินการตามกฎหมายอย่างเคร่งครัดต่อไป พร้อมทั้ง ยืนยันว่าจะกำกับดูแล ราคาสินค้าให้เหมาะสม และสะท้อนต้นทุนที่แท้จริง
อ่านข่าวต้นฉบับ: ศุภจี ชี้รัฐเปิด“ไทยช่วยไทย”ลดสินค้ากว่า 1,000 รายการ สกัดค่าครองชีพพุ่ง
