เช็กเสียงสมาชิก ส.อ.ท. วันประชุมเลือก กก.ชุดใหม่ คาด “พิมพ์ใจ” แซงโค้ง เฉือน “อภิชิต” เข้าป้ายประธานส.อ.ท.คนใหม่ “เกรียงไกร” ส่งท้ายประธาน จี้ชงรัฐเร่งด่วน ช่วยเอสเอ็มอี รับมือวิกฤตพลังงาน ขาดแคลนวัตถุดิบ สกัดธุรกิจเจ๊ง-เลิกจ้าง
นายเกรียงไกร เธียรนุกุล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) กล่าวในการประชุมสามัญประจำปี 2569 ว่า สภาวะขณะนี้ผู้ประกอบการ SMEs ทุกกลุ่มล้วนมีความเปราะบาง ขณะที่หลายอุตสาหกรรมกำลังขาดแคลนวัตถุดิบและราคาอยู่ในช่วงปรับขึ้น 50-70% ดังนั้นในฐานะที่ตนกำลังครบวาระ จึงอยากขอให้ทำเรื่องทั้งหมดเป็นการเร่งด่วน คือ แก้ปัญหาพลังงานที่มีราคาสูงขึ้นและขาดแคลนวัตถุดิบ ภาคเอกชนควรต้องจี้ให้ภาครัฐมีมาตรการที่แม่นยำ ตรงจุด ใช้ทีมงานเข้าไปดูแลและให้ความสำคัญกับกลุ่มเปราะบางเป็นลำดับแรก โดยต้องอาศัยการวิเคราะห์เชิงลึกและการทำงานร่วมกันอย่างรอบด้าน
“สิ่งที่รัฐควรทำมากที่สุดตอนนี้คือ การลดภาษีสรรพสามิตลง เพื่อให้ราคาน้ำมันปรับตัวลดลง และควรควบคุมไม่ให้ค่าครองชีพพุ่งขึ้นรวดเร็วเกินไป ดูแลราคาสินค้าอย่าให้ผู้ประกอบการฉวยโอกาสในช่วงที่เป็นวิกฤต เพราะตอนนี้บางรายจะขึ้นราคาแล้ว 8-10% ขณะที่ค่าขนส่งอาจเพิ่มขึ้นราว 20-25% และต้องเพิ่มรายได้และสภาพคล่องให้กับ SMEs เพื่อให้ธุรกิจสามารถดำเนินต่อไปได้และยังคงรักษาการจ้างงาน”
ที่ผ่านมา ตนได้เน้นย้ำถึงความสำเร็จของนโยบาย One FTI ที่มุ่งสร้างความเป็นเอกภาพและขับเคลื่อนภาคอุตสาหกรรมด้วยนวัตกรรม แทนการใช้แรงงานเข้มข้น แนวทาง 4 Go คือสิ่งที่ประสบความสำเร็จ อย่าง Go Digital, Go Innovation, Go Global และ Go Green จะต้องเป็นคัมภีร์หลักให้คณะกรรมการชุดใหม่นำไปปรับใช้ในการรับมือกับความท้าทาย
นายอิศเรศ รัตนดิลก ณ ภูเก็ต หนึ่งในสมาชิก ส.อ.ท.กล่าวว่า สมาชิกส่วนใหญ่เห็นตรงกันว่าภาคอุตสาหกรรมได้รับผลกระทบหลายด้าน ทำให้การดำเนินธุรกิจเป็นไปด้วยความยากลำบาก ฝากให้ประธานคนใหม่ต้องทำให้ ส.อ.ท. มีการเปลี่ยนแปลง ช่วยเหลือสมาชิกด้วยกันให้รอด บางนโยบายอาจกว้างเกินไปและควรเปิดให้เหล่าผู้ที่มีความสามารถตามแต่ละสายงานได้เข้ามาปฏิบัติหน้าที่ ไม่ควรไปโฟกัสที่บุคคลใดบุคคลหนึ่งทำงานเพียงผู้เดียว
นายมนตรี มหาพฤกษ์พงศ์ ประธานคณะกรรมการบริหาร หอการค้านานาชาติแห่งประเทศไทย (ICC Thailand) กล่าวว่า การจะเลือกผู้นำจะต้องดูจากผลงานที่ผ่านมา การปกป้องอุตสาหกรรมในประเทศ ในช่วงที่หลายอุตสาหกรรมใหม่ ๆ เข้ามา คือ นโยบาย MiT เพื่อสร้างแต้มต่อในการใช้ Local Content ในประเทศในสัดส่วนที่มากที่สุด โดยได้เริ่มจากสินค้าเหล็กที่เข้าสู่ระบบจัดซื้อจัดจ้างของภาครัฐ ตามมาด้วยการกู้ชีพ SMEs ที่ ส.อ.ท. เกิดกองทุนนวัตกรรมขึ้นมาเพื่อเป็นเงินเข้ามาช่วยสนับสนุนด้านนวัตกรรม ทำให้เกิดธุรกิจใหม่ ๆ จาก Startup จนกลายเป็น SMEs สิ่งเหล่านี้คือผลงานที่ดีและควรต้องมีทีมงานที่เชี่ยวชาญได้ดำเนินการต่อ
นายนาคาญ์ ทวิชาวัฒน์ ประธานกลุ่มอุตสาหกรรมผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร และประธานคลัสเตอร์อุตสาหกรรมสุขภาพและความงาม ส.อ.ท. กล่าวว่า ปัจจุบันสมาชิกได้รับผลกระทบจากสินค้าสวมสิทธิ โดยพบว่าเป็นสินค้ากึ่งสำเร็จรูปนำเข้ามาเพื่อติดฉลากว่าเป็นสินค้าจากไทยและทำการส่งออก โดยที่ไทยไม่ได้ประโยชน์ ไม่เพียงกลุ่มโดน แต่ยังมีกลุ่มอุตสาหกรรมอาหารสำเร็จรูปอย่างสับปะรดกระป๋องที่ถูกสวมสิทธิเช่นกัน ดังนั้นนโยบายของ ส.อ.ท. คือการสกัดสินค้าสวมสิทธิอย่างจริงจัง
“นโยบาย 4 Go ยอมรับว่าเป็นสิ่งที่วางแผนไว้เพื่ออุตสาหกรรมทั้งในระยะสั้น กลาง และยาวที่ดีมาก จะติดเพียงว่าเป็นนโยบายที่ค่อนข้างกว้าง แต่ละข้อนั้นไม่มีรูปธรรมในการลงลึกในเชิงปฏิบัติ”
นายสุพันธุ์ มงคลสุธี ประธานกิตติมศักดิ์ ส.อ.ท. และอดีตประธาน ส.อ.ท. กล่าวว่า อยากให้ ส.อ.ท.เกิดการเปลี่ยนแปลงใหม่ โดยเฉพาะเรื่องของการสามัคคีกัน จะต้องโฟกัสไปที่การช่วยเหลือ SMEs ให้รอดพ้นจากภาระต้นทุนที่สูงขึ้น ทั้งจากค่าพลังงานและการปรับขึ้นค่าไฟฟ้า เพราะขณะนี้เป็นกลุ่มที่ได้รับผลกระทบอย่างหนัก ทั้งนี้ อยากขอให้ประธาน ส.อ.ท. คนใหม่ทำงานกับภาครัฐอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะเรื่องปัญหาเศรษฐกิจที่รับผลกระทบจากสงครามตะวันออกกลาง ดังนั้นภาคธุรกิจจำเป็นต้องเร่งปรับตัวลดต้นทุนและเรียกร้องให้รัฐบาลชุดใหม่จัดการปัญหาคอร์รัปชั่นอย่างจริงจัง
“เอกชนคือตัวที่สะท้อนความจริงให้รัฐบาลได้เห็นมากที่สุด ซึ่งเรามีกันอยู่ถึง 48 กลุ่มอุตสาหกรรม แต่ละกลุ่มสามารถเสนอสิ่งที่ถูกต้องเพื่อที่ภาครัฐจะได้ช่วยได้ถูกต้อง”
ทั้งนี้ แหล่งข่าวกล่าวว่า ในการเลือกตั้งประธานคนใหม่ ระหว่าง นายอภิชิต ประสพรัตน์ รองประธาน ส.อ.ท. ประธานสถาบันวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมอุตสาหกรรมการผลิต (SMI) และนางพิมพ์ใจ ลี้อิสสระนุกูล รองประธาน ส.อ.ท. และประธานสถาบันพัฒนาอุตสาหกรรมสร้างสรรค์และซอฟต์พาวเวอร์ ในวาระปี 2569-2571 นั้น ในระหว่างการประชุม ตัวแทนสมาชิกมีการประท้วงกันวุ่นวาย โดยบางรายเสนอให้การคัดเลือกแต่งตั้งประธานคนใหม่ในครั้งนี้เป็นโมฆะ โดยอ้างว่า มีการซื้อเสียงเกิดขึ้น
อย่างไรก็ตาม จากการลงคะแนนคัดเลือกตัวแทนเข้าเป็นกรรมการส.อ.ท.ชุดใหม่ คาดว่า นางพิมพ์ใจ น่าจะมีความเป็นไปได้สูง ที่จะได้รับคัดเลือกให้ดำรงตำแหน่งประธานส.อ.ท.คนใหม่ แทนนายเกรียงไกร ที่จะครบวาระ โดยกลุ่มนางพิมพ์ใจได้รับการสนับสนุนจากสมาชิกในส่วนของอุตสาหกรรมรถยนต์ และสมาชิกอุตสาหกรรมขนาดใหญ่
อ่านข่าวต้นฉบับ: อุตฯใหญ่โหวต ‘พิมพใจ’ ปธ.คนใหม่ ‘ส.อ.ท.’ จี้รัฐอุ้มเอสเอ็มอีฝ่าวิกฤตน้ำมัน