“อมตะ ยู” เดินหน้ากลยุทธ์ Net Zero ปี 2050 เร่งลงทุนพลังงานสะอาดในนิคมอุตสาหกรรม ปักหมุดเฟสแรก 100 เมกะวัตต์ จับมือ “บี.กริม” ลุยโซลาร์-ฟลอตติ้งโซลาร์ เล็งรองรับดีมานด์ไฟฟ้ากลุ่มดาต้าเซ็นเตอร์
นายชวลิต ทิพพาวนิช ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท อมตะ ยู จำกัด หรืออมตะ ยู ซึ่งเป็นบริษัทในกลุ่มของ บมจ.อมตะ คอร์ปอเรชัน (AMATA) เปิดเผยว่า กลุ่มอมตะ (AMATA) ตั้งเป้าหมายมุ่งสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutrality) ภายในปี 2583 และการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero) ภายในปี 2593 ผ่านยุทธศาสตร์พัฒนาเมืองอุตสาหกรรมอัจฉริยะ (Smart City)
กลยุทธ์หลักครอบคลุมการใช้พลังงานสะอาด, เทคโนโลยีอัจฉริยะ, เศรษฐกิจหมุนเวียน และการจัดตั้งเครือข่าย Amata Carbon Neutral Network (ACNN) เพื่อสนับสนุนสมาชิกในนิคม โดยได้จัดทำแผนดำเนินงาน (Action Plan) ออกเป็น 2 รูปแบบหลัก ได้แก่ การดำเนินงานภายในพื้นที่นิคม (On Premise) และการขยายการลงทุนภายนอก (Off Premise)
สำหรับแผน On Premise ซึ่งเป็นการพัฒนาในพื้นที่นิคมอุตสาหกรรมและ Smart City ของอมตะ บริษัทตั้งเป้าผลิตไฟฟ้าพลังงานสะอาดระยะแรกไว้ที่ 100 เมกะวัตต์ โดยปัจจุบันได้ติดตั้งโซลาร์รูฟท็อปและระบบผลิตไฟฟ้าแล้วประมาณ 5 เมกะวัตต์ และมีแผนจะติดตั้งเพิ่มอีก 10 เมกะวัตต์ ร่วมกับพันธมิตรอย่าง บี.กริม
ขณะเดียวกัน โครงการโซลาร์ลอยน้ำ (Floating Solar) ในอ่างเก็บน้ำแห่งแรก ขนาดกำลังการผลิตประมาณ 19 เมกะวัตต์ ได้ก่อสร้างแล้วเสร็จ อยู่ระหว่างรอใบอนุญาตเพื่อจำหน่ายไฟฟ้าเชิงพาณิชย์ นอกจากนี้ บริษัทยังได้จัดตั้งบริษัท อมตะ บี.กริม รีนิวเอเบิล เอ็นเนอร์ยี่ จำกัด (Amata B.Grimm Renewable Energy Co., Ltd.)
โดยกลุ่มอมตะถือหุ้น 75% ผ่านทาง บริษัท อมตะ ยู จำกัด และกลุ่ม บี.กริม ถือหุ้น 25% ผ่านทาง บริษัท บี.กริม เพาเวอร์ สมาร์ท โซลูชั่น จำกัด (บริษัทย่อยของ BGRIM) วัตถุประสงค์หลัก เพื่อเป็นแกนหลักในการดำเนินธุรกิจผลิตและจำหน่ายไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ (Solar Energy) และพลังงานหมุนเวียนอื่น ๆ เพื่อมุ่งสู่เป้าหมายความยั่งยืนและการปล่อยคาร์บอนสุทธิเป็นศูนย์
โดยโครงการลงทุนหลักภายใต้บริษัทร่วมทุนดังกล่าว ประกอบด้วยโครงการโซลาร์ลอยน้ำ ขนาด 42.5 เมกะวัตต์ ในพื้นที่นิคมอุตสาหกรรมชลบุรี รวมถึงโครงการเพิ่มเติมอีกประมาณ 15 เมกะวัตต์ ในจังหวัดระยอง ที่อยู่ระหว่างดำเนินการ
นอกจากนี้ ยังมีการต่อยอดความร่วมมือกับพันธมิตรในกลุ่ม ในการพัฒนาโซลาร์รูฟท็อปบนหลังคาโรงงาน โดยในเฟสแรกตั้งเป้าติดตั้งอีกประมาณ 5 เมกะวัตต์ ส่งผลให้เมื่อรวมทุกโครงการ จะทยอยเดินหน้าไปสู่เป้าหมาย 100 เมกะวัตต์ ในระยะเริ่มต้น
ขณะเดียวกัน ในส่วนของการลงทุนแบบ Off Premise บริษัทยังอยู่ระหว่างติดตามนโยบายภาครัฐอย่างใกล้ชิด เพื่อรองรับความต้องการของลูกค้าในนิคม โดยเฉพาะกลุ่มธุรกิจดาต้าเซ็นเตอร์ ซึ่งเป็นอุตสาหกรรมที่มีความต้องการใช้ไฟฟ้าปริมาณสูงและให้ความสำคัญกับการใช้พลังงานหมุนเวียน
ปัจจุบันอยู่ระหว่างการหารือกับพันธมิตรหลายราย เพื่อพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงาน ทั้งในรูปแบบการจัดหาไฟฟ้าสะอาดและระบบสนับสนุนอื่น ๆ เพื่อรองรับดีมานด์ที่เพิ่มขึ้นในอนาคต สะท้อนทิศทางการลงทุนใหม่ของภาคอุตสาหกรรมที่ให้ความสำคัญกับพลังงานสะอาดควบคู่กับความสามารถในการแข่งขัน
การขยับตัวของ “อมตะ-บี.กริม” ในครั้งนี้ จึงไม่เพียงเป็นการลงทุนเพิ่มกำลังการผลิตไฟฟ้าเท่านั้น แต่ยังเป็นการวางตำแหน่งนิคมอุตสาหกรรมไทยให้สอดรับกับเมกะเทรนด์โลก ทั้งด้าน ESG การลดคาร์บอน และการดึงดูดการลงทุนใหม่ ๆ ที่ต้องพึ่งพาพลังงานสะอาดเป็นปัจจัยหลักในการตัดสินใจลงทุนในอนาคต
อ่านข่าวต้นฉบับ: ‘อมตะ ยู’ ปักธง 100 เมก ดันโซลาร์รับดาต้าเซ็นเตอร์