ครม.ไฟเขียวโยก “ราเชน ศิลปะรายะ” พ้นอธิบดีกรมฝนหลวงและการบินเกษตร ไปนั่งผู้ตรวจราชการกระทรวงเกษตรฯ ก่อนเกษียณเพียง 5 เดือน พร้อมตั้ง “วิทยา แก้วมี” ขึ้นเป็นอธิบดีคนใหม่ ด้าน “ราเชน” เปิดใจขอลาออกก่อนกำหนด ยอมรับมีผู้ติดต่อขอเข้าพบหลายครั้ง แต่ไม่สะดวก เพราะติดภารกิจราชการ ขณะที่ “สุริยะ” ปฏิเสธปมโยกย้ายไม่เกี่ยวไม่รับสายคนใกล้ชิด ย้ำเหตุผลปรับตำแหน่งมาจากหลายปัจจัย พร้อมเปิดห้องคุยหากยังติดใจ
ความเคลื่อนไหวในกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ร้อนขึ้นทันที หลังคณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบโยกย้ายสลับตำแหน่งผู้บริหารระดับสูง โดยย้ายนายราเชน ศิลปะรายะ อธิบดีกรมฝนหลวงและการบินเกษตร ไปดำรงตำแหน่งผู้ตรวจราชการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ทั้งที่เหลืออายุราชการอีกเพียง 5 เดือน ก่อนเกษียณในเดือนตุลาคม 2569
ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 28 เมษายน 2569 มีมติเห็นชอบแต่งตั้งนายวิทยา แก้วมี ผู้ตรวจราชการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ขึ้นดำรงตำแหน่งอธิบดีกรมฝนหลวงและการบินเกษตรคนใหม่ แทนนายราเชน ซึ่งถูกโยกไปเป็นผู้ตรวจราชการกระทรวงฯ
รายงานข่าวระบุว่า การโยกย้ายครั้งนี้เกิดขึ้นโดยไม่มีสัญญาณล่วงหน้า และสร้างความตกใจให้กับข้าราชการกรมฝนหลวงและการบินเกษตรเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะในวันเดียวกัน กรมฝนหลวงฯ มีการจัดพิธีรดน้ำดำหัวขอพรผู้บริหารเนื่องในเทศกาลสงกรานต์ ก่อนรับทราบข่าวการโยกย้ายดังกล่าว
ต่อมาวันที่ 29 เมษายน 2569 นายราเชน ศิลปะรายะ อธิบดีกรมฝนหลวงและการบินเกษตร ได้เดินทางเข้ากระทรวงเกษตรและสหกรณ์ก่อนการประชุมงบประมาณ พร้อมเปิดใจกับสื่อมวลชนถึงกระแสการโยกย้าย โดยระบุว่า เดิมตั้งใจจะยื่นลาออกวันที่ 7 สิงหาคม 2569 อยู่แล้ว แต่การมายื่นลาออกวันนี้ (29 เมษายน 2569) เพื่อให้มีผลในวันที่ 23 มิถุนายน 2569
นายราเชนกล่าวว่า การโยกย้ายครั้งนี้เป็นเรื่องของผู้ใหญ่ จึงไม่ขอออกความเห็นเพื่อไม่ให้ประเด็นขยายไปมากกว่านี้ โดยยอมรับได้ทั้งหมด เพราะเป็นข้าราชการ ไปอยู่ที่ใดก็ทำงานได้ แต่การตัดสินใจลาออกก่อนกำหนดเป็นไปเพื่อความสบายใจ และเพื่อพักผ่อน หลังรับราชการมายาวนาน
นายราเชนกล่าวถึงกรณีที่มีบุคคลติดต่อเข้ามาว่า ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา มีผู้ติดต่อทางโทรศัพท์เข้ามาหลายครั้ง โดยระบุว่าโทรมาถึง 5 ครั้ง แต่ขณะนั้นตนติดภารกิจราชการเรื่องฝุ่นและลงพื้นที่ จึงแจ้งว่าไม่สะดวก อีกทั้งมีความกังวลว่าอาจเป็นมิจฉาชีพโทรมา
ภายหลังมีการรับนัดเพื่อพูดคุย แต่เจ้าตัวไม่ได้มาเอง กลับส่งตัวแทนมาแทน โดยอ้างว่าต้องการเข้ามาพูดคุยเรื่องการซ่อมท่าอากาศยานของกรมฝนหลวงฯ ซึ่งผมได้แจ้งว่าไม่ได้มีการนัดหมายในลักษณะดังกล่าว และในวันนั้นต้องรีบเดินทางไปราชการต่อ
กรมฝนหลวงฯ มีอากาศยานกว่า 30 ลำ และมีงบประมาณค่าซ่อมบำรุงราวปีละ 300 ล้านบาท ซึ่งเป็นเรื่องที่ต้องใช้ความระมัดระวัง เพราะเกี่ยวข้องกับความปลอดภัยของผู้ปฏิบัติงานราชการและความเสี่ยงจากอุบัติเหตุ
มีการติดต่อเพื่อขอเข้าพบต่อเนื่องตั้งแต่สัปดาห์ที่ผ่านมา แต่ตนยังไม่ได้พบโดยตรง ยกเว้นทีมงานที่เข้ามาติดต่อประสานบางส่วน
“การโยกย้ายผมยอมรับได้หมด เพราะเราเป็นข้าราชการ ไปที่ไหนก็ทำงานได้ วันนี้การลาออกก็เพื่อความสบายใจ ได้พักผ่อน คำสั่งผู้บังคับบัญชาถือว่าดำเนินการถูกต้อง แต่ในมุมข้าราชการ ถ้าผมผิดก็ยินดีให้ตั้งกรรมการสอบทุกสิ่งทุกอย่าง” นายราเชนกล่าว
ผมตัดสินใจแน่วแน่แล้วที่จะลาออกก่อนกำหนด และไม่ต้องการให้เกิดผลกระทบกับใคร ไม่ทะเลาะกับใคร เพราะเป็นข้าราชการที่มีระเบียบวินัย หากอยู่ไม่ได้ก็ลาออก พร้อมยืนยันว่าหากพบผู้บริหารก็ยังให้ความเคารพเหมือนเดิม และพร้อมรับนโยบายทุกเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการทำงานเพื่อประเทศและประชาชน
“ผมเป็นคนตัดสินใจแล้ว ไม่มีถอยหลัง ออกคือออก ผมมีศักดิ์ศรีของความเป็นข้าราชการ” นายราเชนกล่าว
ด้านนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยถึงกรณีดังกล่าวว่า ขอให้สังคมพิจารณาว่า ประเด็นเพียงการไม่รับโทรศัพท์คนใกล้ชิด จะต้องถึงขั้นมีการโยกย้ายตำแหน่งหรือไม่ พร้อมยืนยันว่าตั้งแต่ดำรงตำแหน่งทางการเมืองมาตั้งแต่ปี 2545 ไม่เคยใช้อำนาจโยกย้ายข้าราชการเพื่อสร้างความไม่พอใจในการทำงาน
สาเหตุการโยกย้ายครั้งนี้มาจากหลายปัจจัย โดยมองว่ากระทรวงเกษตรและสหกรณ์เกี่ยวข้องกับประชาชนรากหญ้าเป็นหลัก ต้องมีการเร่งรัดการดำเนินงานช่วยเหลือประชาชนอย่างรวดเร็ว และส่วนหนึ่งมองว่าข้าราชการที่ใกล้เกษียณอายุอาจทำงานได้ไม่เต็มที่ จึงเป็นเหตุผลหนึ่งในการปรับเปลี่ยนโยกย้าย
ส่วนประเด็นที่มีการระบุว่าหลานของตนพยายามติดต่อหาอธิบดีกรมฝนหลวงและการบินเกษตรเพื่อของานหรือไม่นั้น นายสุริยะยืนยันว่า หากเรื่องดังกล่าวเป็นความจริงก็ถือว่าผิดกฎหมาย และเป็นไปไม่ได้ที่จะนำสาเหตุดังกล่าวมาใช้โยกย้ายอธิบดี
นายสุริยะกล่าวว่า ได้สอบถามหลานแล้ว ทราบว่ามีการโทรศัพท์ไปขอเข้าพบจริง แต่ยังไม่ได้มีการพูดคุยรายละเอียดใด ๆ กัน
สำหรับประเด็นที่นายราเชนเปิดเผยว่ามีการขอข้อมูลการจัดทำคำของบประมาณปี 2570 ของหน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และมีการพูดคุยในพื้นที่ย่านรัชดานั้น นายสุริยะกล่าวว่า ตนไม่เคยไปพูดคุยเรื่องดังกล่าวในย่านรัชดา พร้อมขอให้พิจารณาว่าที่ตั้งของพรรคใดอยู่ในย่านรัชดา เนื่องจากพรรคเพื่อไทยไม่ได้อยู่ในพื้นที่นั้น
อย่างไรก็ตาม นายสุริยะยืนยันว่ามีการเรียกดูข้อมูลจริง เนื่องจากพรรคเพื่อไทยได้รับการประสานให้เข้ามาดูแลกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ จึงต้องขอดูข้อมูลงบประมาณของหน่วยงานในสังกัด เพื่อให้สอดคล้องกับแนวนโยบายของพรรคที่จะขับเคลื่อน และเป็นไปตามกรอบแนวทางของสำนักงบประมาณ โดยครั้งนั้นได้มอบหมายให้นายสรวุฒิ เนื่องจำนงค์ เป็นผู้แทนในการพูดคุย
หากนายราเชนต้องการเข้ามาพูดคุย ผมยินดีรับฟัง และพร้อมเปิดห้องพูดคุย แต่ขอยืนยันว่า สาเหตุการโยกย้ายนายราเชนไม่ได้เกี่ยวกับการไม่ให้คนใกล้ชิดของตนเข้าพบ
นายสุริยะกล่าวว่า การขับเคลื่อนงานของกรมฝนหลวงและการบินเกษตรหลังจากนี้ จะยังคงมุ่งเน้นการรับมือปรากฏการณ์เอลนีโญที่คาดว่าจะเกิดขึ้น รวมถึงสถานการณ์ไฟป่าที่ยังต้องดำเนินการต่อเนื่อง
รายงานข่าวระบุว่า ภายหลังการโยกย้ายดังกล่าว กระทรวงเกษตรฯ ต้องจับตาการบริหารงานของกรมฝนหลวงและการบินเกษตรในช่วงรอยต่อผู้บริหารใหม่ โดยเฉพาะภารกิจสำคัญด้านการทำฝนหลวง การแก้ปัญหาฝุ่นควัน ไฟป่า และการบริหารงบประมาณซ่อมบำรุงอากาศยาน ซึ่งเป็นภารกิจที่เกี่ยวข้องโดยตรงกับความปลอดภัยและการช่วยเหลือประชาชนในภาคเกษตร
อ่านข่าวต้นฉบับ: โยกฟ้าผ่าอธิบดีฝนหลวง ‘ราเชน’ ไขก๊อกก่อนเกษียณ ‘สุริยะ’ ปัดปมสายคนใกล้ชิด