คอลัมน์ : Politics policy people forum
แกนนำฝ่ายค้าน พรรคประชาชนเปิดอีเวนต์การเมือง ตั้งคณะรัฐมนตรี (ครม.) เงา เวอร์ชั่นสีส้ม ประกบกับรัฐบาลสีน้ำเงิน-ภูมิใจไทย
เท้ง-ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชนกล่าวเปิดตัว “ครม.เงา” เมื่อ 29 เมษายนว่า “ย้ำว่า ครม.เงานั้นไม่ใช่สิ่งที่พรรคประชาชนหรือพรรคการเมืองใดพรรคการเมืองหนึ่งในประเทศนี้คิดขึ้น แต่เรารับเอาวัฒนธรรมการเมืองในต่างประเทศ เช่นอังกฤษที่มีการเมืองในระบอบประชาธิปไตยในระบบรัฐสภาเป็นร้อย ๆ ปีแล้ว”
“สิ่งที่เรามองเห็นหลังการเลือกตั้งเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 69 นอกจากความถดถอยทางเศรษฐกิจ การเมือง ระบบนิติรัฐ นิติธรรมแล้ว สิ่งที่เรามองเห็นคือ ความถดถอยของความหวัง ซึ่งเชื่อว่าพรรคประชาชนก็จะเป็นกลไกสำคัญที่เราคิดและเชื่อว่าจะช่วยเติมความหวังให้กับประชาชนคนไทยได้”
เท้ง-ในฐานะ “นายกรัฐมนตรีเงา” แบ่งงานเป็น 4 เสาหลัก และ 4 ผู้รับผิดชอบ
เสาหลักแรก ด้านเศรษฐกิจ มี “วีระยุทธ กาญจน์ชูฉัตร” สส.บัญชีรายชื่อและรองหัวหน้าพรรคประชาชนรับผิดชอบ
เสาหลักที่สอง ด้านดูแลการปฏิรูปรัฐ รับผิดชอบโดย “ศิริกัญญา ตันสกุล” สส.บัญชีรายชื่อและรองหัวหน้าพรรค
เสาหลักที่สาม ด้านคุณภาพชีวิตใหม่ ดูแลโดย เดชรัต สุขกำเนิด รองหัวหน้าพรรคประชาชน
เสาหลักที่สี่ ด้านความมั่นคงใหม่ มี พิจารณ์ เชาวพัฒนวงศ์ เลขาธิการพรรคประชาชนรับผิดชอบ
ในวาระแรก ครม.เงากำหนด “วาระเร่งด่วน” ที่จะติดตามใกล้ชิด 1.มาตรการช่วยเหลือประชาชน เช่น ไทยช่วยไทยพลัส 2.โครงการแลนด์บริดจ์ ซึ่งต้องมีการทบทวนว่าจะดำเนินการต่ออย่างไร 3.เรื่องค่าไฟ ข้อเสนอของเราที่ดีกว่าในการปรับโครงสร้างพลังงานอย่างไร และ 4 เรื่องลมหายใจ รัฐบาลต้องเสนอกฎหมายปกป้องลมหายใจของคนไทย 2 ร่างสำคัญคือ พ.ร.บ.อากาศสะอาด และ พ.ร.บ. PRTR กลับมาเดือนหน้าต่อภายใน 12 พฤษภาคม
จากบันทึกทางการเมืองในไทย คำว่า “ครม.เงา” ได้พัฒนาการรูปคำมาจาก “รัฐบาลเงา”
“รัฐบาลเงา” มีใช้อยู่ 2 ช่วง ช่วงแรก ในรัฐบาลความหวังใหม่ ที่มี พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ เป็นนายกรัฐมนตรี ครั้งนั้น “ชวน หลีกภัย” หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เป็นผู้นำฝ่ายค้านในสภา
คำว่า “รัฐบาลเงา” ยังถูกใช้ต่อในยุคที่ “ทักษิณ ชินวัตร” ฟอร์มทีมตั้งพรรคไทยรักไทย ในช่วงรัฐบาลชวน 2 ขณะนั้น “ชวน” ในฐานะนายกฯ ควบ รมว.กลาโหม ไม่ได้กำกับดูแลด้านเศรษฐกิจโดยตรง
“ทักษิณ” จึงตั้งทีม “รัฐบาลเงา” หลังก่อตั้งพรรคไทยรักไทยอย่างเป็นทางการ วางตัวเองเป็นนายกฯเงา พร้อมกับดูแลการทำงานของกระทรวงการคลัง โดยระบุว่า “ในอนาคตผู้นำจำเป็นต้องรู้เรื่องเศรษฐกิจ”
จากรัฐบาลเงา มาสู่ ครม.เงา ในยุครัฐบาล สมัคร สุนทรเวช พรรคพลังประชาชน “อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ” สวมหัวโขนหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ และผู้นำฝ่ายค้าน ได้ตั้ง ครม.เงา โดยที่ประชุม สส.และกรรมการบริหารพรรค เมื่อ 8 กุมภาพันธ์ 2551 มีมติเห็นชอบ โดย “อภิสิทธิ์” รับตำแหน่งผู้นำ ครม.เงา ควบ รมว.ศึกษาฯเงา
ต่อมา 11 มิถุนายน 2551 “อภิสิทธิ์” กล่าวถึงผลงาน ครม.เงาว่า นับตั้งแต่รัฐบาลเริ่มทำงาน พรรคประชาธิปัตย์ก็จัดตั้งรัฐบาลเงาขึ้นมาติดตามการทำงานของรัฐบาล รวมถึงหาข้อมูลต่าง ๆ ที่คิดว่าน่าจะเป็นประโยชน์ต่อการบริหารประเทศไปนำเสนอต่อรัฐบาล ซึ่งก็มีบางเรื่องที่พรรคพลังประชาชนเห็นด้วยแล้วนำไปใช้ เช่น มาตรการทางเศรษฐกิจ การยกเลิกมาตรการ 30% หรือแนวคิดลดการเก็บเงินเข้ากองทุนน้ำมันบางประเภท
อย่างไรก็ตาม หลังจากพรรคประชาธิปัตย์ขึ้นเป็นรัฐบาลในปี 2552 พรรคเพื่อไทย ในฐานะพรรคฝ่ายค้านไม่ได้ตั้ง ครม.เงา ขึ้นมาตรวจสอบ แต่ใช้กลไกมวลชนนอกสภากดดันรัฐบาลแทน แต่หลังจากพรรคประชาธิปัตย์พ่ายแพ้การเลือกตั้ง 2554 พรรคเพื่อไทยตั้งรัฐบาล 300 เสียง พรรคประชาธิปัตย์กลับไปเป็นฝ่ายค้าน ก็ได้ตั้ง ครม.เงาขึ้นมาตรวจสอบรัฐบาลเพื่อไทยอีกครั้ง
ก่อนการเมืองจะถูกหยุดยาวในรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ร่วม 9 ปี หลังคืนอำนาจ เลือกตั้ง 2562 ต่อเนื่อง 2566 ที่พรรคสีส้ม ตั้งแต่ พรรคอนาคตใหม่ ถึงพรรคก้าวไกล เป็นฝ่ายค้านยังไม่มีการตั้ง ครม.เงา ใกล้เคียงคำว่า ครม.เงาที่สุดคือ “ฝ่ายค้านเชิงรุก” ทำหน้าที่ตรวจสอบรัฐบาล
กระทั่งพรรคประชาชนในฐานะฝ่ายค้านสมัยที่ 3 ได้ตั้ง ครม.เงาขึ้นมาเป็นชุดล่าสุด
ผศ.ดร.พรสันต์ เลี้ยงบุญเลิศชัย นักวิชาการนิติศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ผู้ชำนาญกฎหมายรัฐธรรมนูญและสถาบันการเมือง เปรียบเทียบ ครม.เงาที่มีต้นตำรับมาจากการเมืองในอังกฤษ Shadow Cabinet ซึ่งมีพัฒนาการมายาวนาน เพราะเป็น “จารีตประเพณีทางการเมือง” ของประเทศอังกฤษ เริ่มตั้งแต่ช่วงปี ค.ศ. 1880-1889 กับ “ครม.เงา” ในประเทศไทย
ผศ.ดร.พรสันต์อธิบายคอนเซ็ปต์ของ ครม.เงา ว่าเป็นพัฒนาการของการวางบทบาทของพรรคการเมืองฝ่ายค้าน สมัยก่อนพรรคการเมืองฝ่ายค้านมีการแสดงบทบาทหน้าที่ก่อร่างสร้างรูปขึ้นมาเป็นวิถีปฏิบัติทางการเมือง ทำให้ระบบรัฐธรรมนูญ และระบบรัฐสภาของอังกฤษให้ความสำคัญกับพรรคฝ่ายค้านมากขึ้น ในฐานะที่เป็นหน่วยหนึ่งในทางการเมือง อภิปรายในสภา ตรวจสอบฝ่ายบริหาร
เมื่อมีการตรวจสอบมากขึ้น จึงมีการจัดวางระบบในการอภิปรายตรวจสอบการทำงานของรัฐบาล จึงตั้งเป็นกลไก Shadow Cabinet มีการวางตัวคน “ครม.เงา” ทำหน้าที่เป็นรัฐบาลทางเลือก (Alternative Cabiten)
รัฐบาลเงา หรือ ครม.เงามีบทบาท 2 บทบาท หนึ่ง บทบาทในสภา ทำหน้าที่ในฐานฝ่ายนิติบัญญัติ และอีกบทบาทเป็น ครม.ฝ่ายบริหารทางเลือก การมี ครม.เงาจะมีประโยชน์ เมื่อมีการกำหนดตัวรัฐมนตรีเงา เพื่อตรวจสอบ ติดตามการทำงานของฝ่ายบริหารรายกระทรวง
เช่น โครงสร้างของไทยมี 20 กระทรวง ก็จะต้องมีรัฐมนตรีเงาขึ้นมากำกับ ตรวจสอบการทำงานของรัฐมนตรีตัวจริง
“พรรคประชาชนตั้งคุณวีระยุทธ เป็นรัฐมนตรีคลังเงา มีหน้าที่ตรวจสอบคุณเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกฯ และ รมว.คลัง ถ้ามีประเด็นอะไรไม่ชอบมาพากล มีการทุจริต เวลามีการประชุมสภา ตั้งกระทู้ถาม ถ้าเป็นเรื่องเกี่ยวกับการคลัง คุณวีระยุทธก็ต้องเป็นคนนำ”
“ระบบ ครม.เงาจึงเป็นการ Cross Check กับรัฐมนตรีทุกกระทรวง จัดการอภิปราย การตรวจสอบของฝ่ายค้านให้เป็นระบบมากขึ้น”
ผศ.ดร.พรสันต์กล่าวว่า นอกจากนี้ ครม.เงาจะพยายามทำตัวเป็นรัฐบาลทางเลือก คือการตั้งรัฐมนตรีเงา จะรวมถึงวางตัวนายกฯเงาด้วย
“ว่าง่าย ๆ คือ ครม.เงาต้องพยายามทำให้ประชาชนเห็นด้วยว่า ครม.เงาชุดนี้สามารถเป็นรัฐบาลทางเลือกได้ เพื่อทำให้ประชาชนติดตามได้ด้วยว่า นอกจากฝ่ายค้านทำหน้าที่ในฐานะฝ่ายนิติบัญญัติ ประชาชนจะได้เห็นความสามารถของ ครม.เงา ว่าถ้า ครม.เงานำเสนอนโยบาย หรือวิธีการแก้ปัญหาประกบกับรัฐบาลตัวจริงคนอาจจะมองว่า ครม.เงา หากมาบริหารประเทศก็น่าจะเป็นตัวเลือกที่ดี”
อย่างไรก็ตาม นักนิติศาสตร์รายนี้ขมวดปมสำคัญที่ ครม.เงาไม่อาจละเลยได้คือ ครม.เงาต้องมีความรับผิดชอบทางการเมืองด้วย
“ในไทย ครม.เงาทำตัวเป็นรัฐบาลทางเลือก เวลาที่ทำตัวเป็นรัฐบาลทางเลือก คุณจะมีภารกิจและความรับผิดชอบอยู่ด้วย ในมุมกลับ ครม.เงาสามารถถูกตรวจสอบเช่นเดียวกัน แม้ไม่ใช่ ครม.จริง ๆ”
“รัฐบาลอนุทินตรวจสอบความรับผิดทางการเมืองและทางกฎหมาย ในมุมหนึ่ง ถ้าฝ่ายบริหารนำเสนอนโยบายผิดพลาด ครม.รับผิดชอบด้วยการลาออก แต่ ครม.เงาไม่ได้ใช้อำนาจจริง ๆ ความรับผิดชอบทางกฎหมายไม่มี แต่ต้องมีความรับผิดชอบทางการเมือง ถ้านำเสนอนโยบายไม่สมเหตุสมผล ผิดพลาด ก็ต้องรับผิดชอบทางการเมือง ต้องลาออกจากเป็นรัฐมนตรีเงา”
“หรือการกำหนดคนเข้ามาเป็น ครม.เงา ก็ต้องเลือกคนที่ไม่มีประวัติด่างพร้อย แม้ไม่ใช่ ครม.ที่เป็นทางการ แต่ก็ต้องคัดเลือกคนที่ไม่มีมลทิน หรือถ้ามีความประพฤติอื้อฉาวก็ต้องลาออก เพราะคุณกำลังทำตัวเป็นรัฐบาลทางเลือก”
“หรือหากเกิดกรณีเลือกตั้งใหม่ แต่พรรคฝ่ายค้านกลับแพ้ถล่มทลาย ก็ควรจะต้องเปลี่ยนตัวคนที่เป็นนายกฯเงา ต้องลาออก มีวิถีปฏิบัติอยู่ด้วย”
ผศ.ดร.พรสันต์บอกว่า ที่ผ่านมา ครม.เงามักไม่มีประสิทธิภาพ เพราะที่ผ่านมาไม่ได้ทำอย่างจริงจัง เป็นแค่แคมเปญหนึ่ง ไม่ได้ทำจริงจังเหมือน อังกฤษ แคนนาดา ที่ ครม.เงามีการลาออก ดังนั้น การที่พรรคประชาชน ตั้ง ครม.เงา ขึ้นอยู่กับความจริงจัง หรือเป็นแค่ อีเวนต์ทางการเมือง เอากระแสโซเชียล
“หากทำจริงจัง ประชาชนอย่างเรา ๆ ก็จะได้ประโยชน์ เพราะได้เห็นศักยภาพของ ครม.เงา เพราะที่ผ่านมาคนที่ไม่ค่อยชอบพรรคประชาชน อาจจะบอกว่า ลองไปเป็นรัฐบาลดูสิว่าจะทำได้ไม่ได้”
“อันนี้จะเป็นสถานการณ์จำลองในระดับหนึ่ง ต่อให้พรรคประชาชนไม่ได้เข้าไปนั่งในรัฐบาล แต่สามารถแสดงบทบาทเทียบเท่ากับรัฐบาลว่าถ้าคุณเป็นรัฐบาลจะบริหารอย่างไร จะมีความชัดเจนมากขึ้น คนทั่วไปก็จะเห็นทั้ง 2 ด้านว่า ถ้าพรรคประชาชนเข้ามาจะบริหารได้หรือไม่ได้”
“และเราจะใช้สิทธิในการเลือกตั้งครั้งต่อไปได้มากขึ้น ไม่ใช่คาดหวังอยู่บนสิ่งที่จับต้องไม่ได้ แต่เริ่มเห็นภาพมากขึ้น ว่าถ้าเป็นรัฐบาลจะฟังก์ชั่นได้ไม่ได้ยังไง”
“สุดท้ายขึ้นกับว่าพรรคประชาชนจะทำจริงจัง วางรากฐานเป็น ครม.เงาในระบบรัฐสภาจริงจัง หรือแค่เอากระแสโซเชียล” ผศ.ดรพรสันต์กล่าว
อ่านข่าวต้นฉบับ: ครม.เงา สู่ รัฐบาลทางเลือก บททดสอบ พรรคประชาชน หัวหอกฝ่ายค้าน