กรมการค้าภายในลงพื้นที่พบเกษตรกรปาล์มสระบุรี-ปทุมธานี หลังยื่นหนังสือสะท้อนปัญหาราคาและส่งออก ย้ำส่งออกน้ำมันปาล์มยังเดินหน้าได้ตามปกติ อนุญาตแล้ว 11 ราย กว่า 200,000 ตัน พร้อมดันใช้น้ำมัน B20 เพิ่มความต้องการ CPO ในประเทศ ล่าสุดราคาผลปาล์มขยับเป็น 6.80-7.20 บาท/กก. โรงสกัดยืนยันรับซื้อปกติ ไม่มีติดคิวหน้าโรงงาน
นายวิทยากร มณีเนตร อธิบดีกรมการค้าภายใน เปิดเผยว่า จากกรณีกลุ่มเกษตรกรผู้ปลูกปาล์มน้ำมันในพื้นที่ภาคกลาง ทั้งจังหวัดสระบุรีและจังหวัดปทุมธานี เข้ายื่นหนังสือต่อกระทรวงพาณิชย์ เพื่อสะท้อนข้อกังวลเกี่ยวกับสถานการณ์ราคาปาล์มน้ำมันและการส่งออกนั้น นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ได้สั่งการให้กรมการค้าภายในลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์และเร่งแก้ไขปัญหาอย่างใกล้ชิด
ล่าสุด วันที่ 1 พฤษภาคม 2569 กรมการค้าภายในได้ลงพื้นที่พบปะเกษตรกรผู้ปลูกปาล์มน้ำมันในพื้นที่จังหวัดสระบุรีและปทุมธานี พร้อมหารือร่วมกับนายมนัส พุทธรัตน์ ประธานสมาพันธ์ชาวสวนปาล์มน้ำมันแห่งประเทศไทย ผู้แทนโรงสกัด และกลุ่มเกษตรกรในพื้นที่ เพื่อรับฟังสถานการณ์จริงและข้อเสนอจากเกษตรกรโดยตรง
นายวิทยากรกล่าวว่า กระทรวงพาณิชย์ติดตามสถานการณ์ปาล์มน้ำมันทั้งระบบอย่างต่อเนื่อง ทั้งด้านสต็อก การใช้ในประเทศ และการส่งออก เพื่อบริหารจัดการให้เกิดความสมดุล และให้ราคาสะท้อนกลไกตลาดอย่างเป็นธรรมกับทุกฝ่าย
สำหรับข้อกังวลของเกษตรกรเกี่ยวกับการส่งออกน้ำมันปาล์ม กรมการค้าภายในยืนยันว่า ปัจจุบันการส่งออกยังสามารถดำเนินการได้ตามปกติ ภายใต้กรอบการบริหารจัดการสต็อกที่เหมาะสม โดยตั้งแต่วันที่ 7 เมษายน 2569 จนถึงปัจจุบัน ได้อนุญาตให้ส่งออกแล้ว 11 ราย ปริมาณรวมกว่า 200,000 ตัน และยังอยู่ในระดับที่สามารถบริหารจัดการได้
ขณะเดียวกัน สถานการณ์ราคาพลังงานโลกที่ปรับตัวสูงขึ้น ส่งผลให้ความต้องการใช้น้ำมันปาล์มดิบในภาคพลังงานเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง โดยรัฐบาลมีนโยบายส่งเสริมการใช้น้ำมันไบโอดีเซล เพื่อลดการนำเข้าน้ำมันดีเซลและเสริมความมั่นคงทางพลังงาน
ปัจจุบันมีความต้องการใช้น้ำมันปาล์มดิบเพื่อผลิตไบโอดีเซลมากกว่า 100,000 ตันต่อเดือน อีกทั้งยังมีการขยายจุดให้บริการน้ำมัน B20 แล้วกว่า 200 จุดทั่วประเทศ รวมถึงมีนโยบายสนับสนุนให้ราคาน้ำมัน B20 ต่ำกว่า B7 เพื่อจูงใจให้เกิดการใช้งานมากขึ้น
นายวิทยากรกล่าวว่า ปัจจัยดังกล่าวทำให้ความต้องการใช้น้ำมันปาล์มดิบในประเทศเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน และเป็นแรงหนุนสำคัญต่อราคาผลปาล์มในช่วงนี้ โดยล่าสุดราคาผลปาล์มปรับขึ้นมาอยู่ที่ 6.80-7.20 บาทต่อกิโลกรัม จากสัปดาห์ก่อนที่อยู่ในระดับ 6.60-7.00 บาทต่อกิโลกรัม สะท้อนทิศทางตลาดที่เริ่มปรับตัวดีขึ้น ทั้งจากความต้องการใช้ในประเทศและตลาดโลก
ในการลงพื้นที่ครั้งนี้ กรมการค้าภายในยังได้ติดตามสถานการณ์รับซื้อของโรงงานสกัดน้ำมันปาล์มในพื้นที่ ได้แก่ บริษัท กลุ่มสมอทอง จำกัด (มหาชน) ซึ่งยืนยันว่าโรงงานยังเปิดรับซื้อผลปาล์มตามปกติ เดินเครื่องผลิตเต็มกำลัง และไม่พบปัญหาการติดคิวหน้าโรงงาน เนื่องจากผลผลิตทยอยออกสู่ตลาดอย่างต่อเนื่อง ไม่กระจุกตัวเหมือนบางช่วงของปีก่อน
ทั้งนี้ กรมการค้าภายในได้เน้นย้ำให้โรงงานสกัดรับซื้อผลปาล์มตามคุณภาพและเปอร์เซ็นต์น้ำมัน เพื่อสร้างความเป็นธรรมให้แก่เกษตรกร และจูงใจให้เกษตรกรพัฒนาคุณภาพผลผลิต โดยเฉพาะการตัดปาล์มสุกที่มีเปอร์เซ็นต์น้ำมันสูง ซึ่งจะช่วยยกระดับมาตรฐานปาล์มน้ำมันไทยในระยะยาว
ด้านนายมนัส พุทธรัตน์ ประธานสมาพันธ์ชาวสวนปาล์มน้ำมันแห่งประเทศไทย กล่าวว่า ขณะนี้เกษตรกรมีความพึงพอใจกับระดับราคาผลปาล์มที่ปรับตัวดีขึ้น และสถานการณ์รับซื้อปีนี้ถือว่าคลี่คลายกว่าปีก่อน เนื่องจากไม่มีปัญหาปาล์มตกค้างหน้าโรงงาน
อย่างไรก็ตาม เกษตรกรยังต้องการให้ภาครัฐติดตามสถานการณ์รับซื้ออย่างต่อเนื่อง เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมกับชาวสวนปาล์ม โดยเฉพาะการรับซื้อให้สอดคล้องกับคุณภาพผลผลิตและเปอร์เซ็นต์น้ำมัน ซึ่งจะช่วยสร้างความมั่นใจให้เกษตรกรในช่วงที่ผลผลิตทยอยออกสู่ตลาด
อ่านข่าวต้นฉบับ: ค้าภายในเคลียร์ผู้ปลูกปาล์ม ประคองราคา – หนุนส่งออก ดัน B20 ดูดซัพพลาย
