สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย เดินหน้ายุทธศาสตร์ยกระดับอุตสาหกรรมไทยสู่เศรษฐกิจนวัตกรรม ภายใต้แนวคิด “The New Chapter of Thai Industry” ชูโมเดล 5I มุ่งเปลี่ยนผ่านจากฐานการผลิตแบบเดิมผู้ผลิตสู่ “Innovation Driven Industry ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยี ความคิดสร้างสรรค์ และความยั่งยืน
นางพิมพ์ใจ ลี้อิสระกุล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) ในงานสัมมนา “Matichon X AIS Forum 2026 : Innovation Changes Thailand นวัตกรรมเปลี่ยนประเทศ” จัดโดยมติชนว่า ทิศทางใหม่ของภาคอุตสาหกรรมไทย ที่จะใช้นวัตกรรมเป็นหัวใจสำคัญในการพัฒนาเศรษฐกิจประเทศ สิ่งที่จะเดินไปต่อจากนี้ คือ Industrial Driven Innovation เพราะการพัฒนาอุตสาหกรรมยุคใหม่จำเป็นต้องมีนวัตกรรมเข้ามาประกอบร่าง เพื่อยกระดับขีดความสามารถการแข่งขันของไทย
ยุทธศาสตร์หลักของสภาอุตสาหกรรม ในวาระปี 2569-2571 จะขับเคลื่อนผ่านนโยบาย 5I ได้แก่ Intelligent Industry, Innovation & Creativity, International Alliance, Industrial Infrastructure และ Inclusive Sustainable Growth
สำหรับ I ตัวแรก คือ Intelligent Industry หรือการยกระดับอุตสาหกรรมสู่ Smart Industry ผ่านเทคโนโลยีดิจิทัล ระบบอัตโนมัติ หุ่นยนต์ AI การบริหารจัดการพลังงาน และ Smart Logistics เพื่อเพิ่มผลิตภาพและลดต้นทุนในภาคการผลิต
ขณะที่ Innovation & Creativity จะมุ่งผลักดันผู้ประกอบการไทย จากเดิมที่รับจ้างผลิตแบบ OEM ไปสู่การเป็นเจ้าของแบรนด์ เจ้าของทรัพย์สินทางปัญญา (IP) และนวัตกรรมของตนเอง เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มและลดการแข่งขันด้านราคา
“ที่ผ่านมาอุตสาหกรรมไทยผลิตสินค้าเหมือนกัน แข่งขันกันเองด้านราคา แต่จากนี้เราต้องสร้างแบรนด์ สร้าง IP และสร้างนวัตกรรมของไทยเอง”
นอกจากนี้ ยังมุ่งปรับโครงสร้างอุตสาหกรรมไทยให้รองรับอุตสาหกรรมแห่งอนาคต เช่น Future Food, Medical Device, EV และ Biotechnology โดยงานวิจัยในอนาคตควรตอบโจทย์ภาคอุตสาหกรรมโดยตรง เพื่อให้สามารถต่อยอดเชิงพาณิชย์ได้จริง
ด้าน International Alliance สภาอุตสาหกรรมฯมองว่า ไทยมีจุดแข็งด้านภูมิรัฐศาสตร์ และสามารถก้าวขึ้นเป็นศูนย์กลาง Supply Chain ของภูมิภาคได้ โดยเฉพาะในกลุ่มอาหาร ยานยนต์ EV การแพทย์ และอุตสาหกรรมชีวภาพ
หนึ่งในโครงการสำคัญคือ Food Valley ที่เชื่อมโยงเกษตรกร ผู้ผลิตอาหาร และนักนวัตกรรม เพื่อพัฒนาห่วงโซ่อาหารไทยสู่ตลาดโลก ขณะที่อุตสาหกรรมยานยนต์ไทยก็ต้องเร่งเปลี่ยนผ่านจากฐานการผลิตรถยนต์สันดาป ไปสู่ศูนย์กลาง EV ของภูมิภาค ส่วน Industrial Infrastructure จะเน้นการผลักดันโครงสร้างพื้นฐานสำคัญ ทั้งด้านพลังงาน กฎหมาย และมาตรฐานอุตสาหกรรม โดยเฉพาะการเร่งผลักดันแผน PDP การเปิดเสรีพลังงานผ่านระบบ PPA/PTA รวมถึงการยกระดับมาตรฐาน Made in Thailand (MiT) เพื่อคุ้มครองผู้ประกอบการไทยจากการแข่งขันที่ไม่เป็นธรรม
ทั้งนี้ การพัฒนาคนจะเป็นอีกหัวใจสำคัญ โดยเฉพาะการเตรียมบุคลากรด้าน AI, Automation และ Humanoid เพื่อรองรับอุตสาหกรรมแห่งอนาคต ขณะที่ I ตัวสุดท้าย คือ Inclusive Sustainable Growth จะให้ความสำคัญกับการเปลี่ยนผ่านด้านคาร์บอน เศรษฐกิจหมุนเวียน และการพัฒนาทักษะแรงงาน เพื่อให้การเติบโตของอุตสาหกรรมไทยเกิดขึ้นอย่างสมดุล ทั้งเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม พร้อมกันนี้ สภาอุตสาหกรรมฯ ยังเดินหน้าร่วมมือกับภาครัฐ มหาวิทยาลัย และหน่วยงานด้านนวัตกรรมอย่างต่อเนื่อง
ล่าสุดได้เปิด IP Connect Center เพื่อเป็นคลินิกทรัพย์สินทางปัญญาสำหรับผู้ประกอบการทุกระดับโดยร่วมกับทางกระทรวงพาณิชย์ สำหรับเป้าหมายสำคัญของภาคอุตสาหกรรมไทย คือการเปลี่ยนผ่านจากผู้ผลิตไปสู่ผู้สร้างนวัตกรรม และผลักดันประเทศไทยให้กลายเป็นศูนย์กลางอุตสาหกรรมแห่งอนาคตของภูมิภาคในระยะยาว
อ่านข่าวต้นฉบับ: ‘พิมพ์ใจ’ ขอเวลา 2 ปี พลิกอุตสาหกรรมไทยจากผู้ผลิตสู่ผู้สร้างนวัตกรรม
