ราคาน้ำมันดิบเวสต์เทกซัสและเบรนต์ปรับตัวลดลง หลังตลาดกังวลต่อการเพิ่มอัตราดอกเบี้ยของสหรัฐ
หน่วยวิเคราะห์สถานการณ์ราคาน้ำมัน บมจ.ไทยออยล์ ระบุว่าปัจจัยที่ส่งผลกระทบกับราคามีดังนี้ ราคาน้ำมันดิบเวสต์เทกซัสและเบรนต์ปรับตัวลดลง หลังประธานธนาคารกลางสหรัฐ สาขาบอสตัน ซูซาน คอลลินส์ กล่าวเมื่อวันที่ 13 พ.ค. ที่ผ่านมาว่า ธนาคารกลางสหรัฐอาจมีความจำเป็นที่จะต้องเพิ่มอัตราดอกเบี้ย หากแรงกดดันด้านเงินเฟ้อไม่ปรับลดลง สะท้อนถึงสงครามระหว่างสหรัฐและอิหร่านที่เริ่มส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจของสหรัฐ จากราคาสินค้าของผู้ผลิตในสหรัฐ ณ เดือน เม.ย. 69 ปรับตัวสูงขึ้นมากที่สุด ในรอบ 4 ปีที่ผ่านมา
โดยได้รับแรงหนุนจากต้นทุนสินค้าและบริการที่ปรับตัวสูงขึ้น ส่งสัญญาณต่อภาวะเงินเฟ้อที่เร่งตัวขึ้น อย่างไรก็ตามการปรับอัตราดอกเบี้ยพิ่มขึ้นจะเพิ่มต้นทุนการกู้ยืมเงินสำหรับภาคธุรกิจและบริโภค ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อการเติบโตทางเศรษฐกิจที่อาจช้าลง
โดยราคาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัสซื้อขายเมื่อ 13 พ.ค. 69 อยู่ที่ 101.02 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล ลดลง -1.16 เหรียญสหรัฐ และราคาน้ำมันเบรนต์อยู่ที่ 105.63 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล ลดลง -2.14
กลุ่มโอเปก ได้ปรับลดคาดการณ์การเติบโตของความต้องการใช้น้ำมันดิบโลกในปี 2026 เมื่อวันที่ 13 พ.ค. 69 ที่ผ่านมา จาก 1.38 ล้านบาร์เรลต่อวัน ลดลงเหลือ 1.17 ล้านบาร์เรลต่อวันในปี 2026 อย่างไรก็ตามการเติบโตของเศรษฐกิจโลกยังคงอยู่ในระดับดี แม้ว่าจะมีความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ก็ตาม ขณะที่สำนักงานพลังงานระหว่างประเทศ กล่าวว่า อุปทานน้ำมันทั่วโลกอาจไม่เพียงพอต่อความต้องการทั้งหมดในปีนี้ เนื่องจากสงครามที่ส่งผลกระทบต่อการผลิตในตะวันออกกลาง
ตลาดยังคงจับตา การพูดคุยระหว่างประธานาธิบดีสหรัฐ โดนัลด์ ทรัมป์ และประธานาธิบดีจีน สี จิ้นผิง ในวันที่ 14 และ 15 พ.ค. 69 นี้ หลังประธานาธิบดีสหรัฐฯ เดินทางถึงปักกิ่งแล้วในวันที่ 13 พ.ค. 69 ที่ผ่านมา โดยในวันศุกร์ที่ 8 พ.ค. 69 ประธานาธิบดีสหรัฐ เคยกล่าวว่า สหรัฐไม่จำเป็นจะต้องรับความช่วยเหลืองจากจีนในการยุติสงคราม แม้ว่าโอกาสในการบรรลุข้อตกลงสันติภาพกับอิหร่านยังคงอ่อนแอ
อ่านข่าวต้นฉบับ: ราคาน้ำมันดิบปรับลด หลังตลาดกังวลต่อการเพิ่มอัตราดอกเบี้ยสหรัฐ
