GUNKUL โชว์ผลงานไตรมาส 1/2569 รายได้รวม 2,586.5 ล้านบาท โต 25.1% กำไรสุทธิ 455.8 ล้านบาท โต 24% รับแรงหนุนธุรกิจก่อสร้างโตแรง-บริหารต้นทุนมีประสิทธิภาพ เตรียมทยอยรับรู้ Backlog ปีนี้อีกกว่า 4,600 ล้านบาท พร้อมจ่ายปันผลระหว่างกาลหุ้นละ 0.10 บาท ขึ้น XD 22 พ.ค. และจ่ายปันผล 10 มิ.ย.นี้
นางสาวนฤชล ดำรงปิยวุฒิ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท กันกุลเอ็นจิเนียริ่ง จำกัด (มหาชน) หรือ GUNKUL เปิดเผยว่า ผลการดำเนินงานไตรมาส 1/2569 บริษัทมีรายได้รวม 2,586.5 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 25.1% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และมีกำไรสุทธิ 455.8 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 24.0%
ปัจจัยหลักมาจากรายได้ธุรกิจก่อสร้างที่เติบโตอย่างก้าวกระโดด สามารถบันทึกรายได้เพิ่มขึ้นกว่าเท่าตัว แม้ไตรมาสแรกแรงลมอ่อนตัว ส่งผลให้ส่วนแบ่งกำไรจากโครงการพลังงานลมลดลง แต่บริษัทสามารถบริหารต้นทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทำให้กำไรสุทธิยังขยายตัวได้ต่อเนื่อง
ทั้งนี้ ในเดือนเมษายนที่ผ่านมา ปริมาณลมกลับมาแรงขึ้น ส่งผลให้หน่วยไฟฟ้าเพิ่มขึ้น 65% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน จากภาวะมรสุม ทำให้บริษัทประเมินว่ารายได้จากการขายไฟฟ้าในไตรมาส 2/2569 จะมีแนวโน้มสดใสขึ้น ประกอบกับงานในมือ หรือ Backlog ที่จะทยอยรับรู้รายได้ในปี 2569 อีกกว่า 4,600 ล้านบาท
สำหรับแผนธุรกิจปี 2569 บริษัทตั้งเป้ารายได้ทำสถิติสูงสุดใหม่ที่ 10,000 ล้านบาท และเดินหน้าขยายพอร์ตพลังงานสีเขียวแตะ 2,000 เมกะวัตต์ภายในปี 2027 โดยช่วงกลางปีนี้ บริษัทเตรียมลงนามสัญญาซื้อขายไฟฟ้า หรือ PPA เพิ่มอีก 319 เมกะวัตต์ รวมถึงเตรียมประกาศพอร์ตโฟลิโอพลังงานสะอาดในต่างประเทศ
นอกจากนี้ บริษัทมีแผนรับรู้รายได้จากโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์แบบติดตั้งบนพื้นดิน หรือ Solar Farm ใหม่ 3 โครงการ รวมกำลังผลิต 176.6 เมกะวัตต์ ซึ่งมีกำหนดเปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์ หรือ COD ในไตรมาส 4/2569
นางสาวนฤชล กล่าวว่า บริษัทมองเห็นโอกาสเติบโตจากนโยบายภาครัฐที่สนับสนุนการเปลี่ยนผ่านโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานสะอาด โดยเฉพาะงบประมาณขับเคลื่อน 200,000 ล้านบาท รวมถึงแนวโน้มแผน PDP 2026 ที่มุ่งสู่พลังงานสะอาดมากขึ้น
ขณะเดียวกัน ความต้องการใช้ไฟฟ้ามีแนวโน้มเพิ่มขึ้นจากอุตสาหกรรม Data Center และ Semiconductor โดยช่วงปี 2568-2569 Data Center มีมูลค่าการลงทุนรวมกว่า 1.5 ล้านล้านบาท และ Semiconductor อีก 5 แสนล้านบาทภายในปี 2569 ซึ่งจะผลักดันให้เกิดการลงทุนระบบสายส่งและโครงสร้างพื้นฐานไฟฟ้าเพิ่มเติม
บริษัทมีความพร้อมเข้าร่วมโครงการที่เกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนผ่านพลังงานสะอาดในหลายมิติ ทั้ง Direct PPA ระบบกักเก็บพลังงาน Battery ระดับโครงข่าย ระบบโซลาร์รูฟท็อปภาคประชาชน รวมถึงการจัดหาอุปกรณ์และงานก่อสร้างระบบสายส่งและระบบจำหน่ายไฟฟ้าทุกแรงดัน
ด้านที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทมีมติอนุมัติจ่ายปันผลระหว่างกาลจากผลการดำเนินงานงวดวันที่ 1 มกราคม-31 มีนาคม 2569 เป็นเงินสดในอัตรา 0.10 บาทต่อหุ้น คิดเป็น Dividend Yield 3.1% โดยกำหนดขึ้นเครื่องหมาย XD วันที่ 22 พฤษภาคม 2569 และจ่ายปันผลวันที่ 10 มิถุนายน 2569
บริษัทระบุเพิ่มเติมว่า เตรียมใช้การระดมทุนจากหุ้นที่บริษัทซื้อคืนไว้ก่อนหน้านี้ หรือ Treasury Share เพื่อบริหารโครงสร้างเงินทุน เพิ่มขีดความสามารถในการลงทุนโครงการใหม่ และลดต้นทุนดอกเบี้ยได้ประมาณ 35 ล้านบาทต่อปี รองรับโอกาสการเติบโตของธุรกิจพลังงานสะอาดและโครงสร้างพื้นฐานไฟฟ้าในระยะต่อไป