OR เปิดผลงานไตรมาส 1/2569 มีกำไรสุทธิ 2,415 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 16.2% จากไตรมาสก่อน EBITDA แตะ 7,100 ล้านบาท โต 59.8% รับแรงหนุนทุกกลุ่มธุรกิจ ทั้ง Mobility-Lifestyle-Global พร้อมเดินหน้าขยาย OR Ecosystem ลงทุนโครงสร้างพื้นฐานขนส่งน้ำมัน เสริมความแข็งแกร่งระยะยาวท่ามกลางตลาดพลังงานผันผวน
หม่อมหลวงปีกทอง ทองใหญ่ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) หรือ OR เปิดเผยว่า ผลการดำเนินงานไตรมาส 1 ปี 2569 บริษัทมีรายได้ขายและบริการ 176,125 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 20,590 ล้านบาท หรือ 13.2% จากไตรมาสก่อนหน้า
ขณะที่มีกำไรสุทธิ 2,415 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 16.2% จากไตรมาสก่อน คิดเป็นกำไรต่อหุ้น 0.20 บาท และมี EBITDA 7,100 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2,657 ล้านบาท หรือ 59.8% จากไตรมาสก่อน โดยเป็นการปรับตัวเพิ่มขึ้นจากทุกกลุ่มธุรกิจ ท่ามกลางความผันผวนของสถานการณ์พลังงานโลก
สำหรับกลุ่มธุรกิจ Mobility มี EBITDA เพิ่มขึ้น 59.8% แม้ภาพรวมกำไรขั้นต้นเฉลี่ยต่อลิตรลดลงจากผลกระทบของมาตรการตรึงราคาจำหน่าย ทำให้ไม่สามารถปรับขึ้นราคาขายให้สะท้อนต้นทุนได้เต็มที่ รวมถึงมีผลขาดทุนจากการบริหารความเสี่ยง
ส่วนกลุ่มธุรกิจ Lifestyle มี EBITDA เพิ่มขึ้น 19.9% จากการเติบโตทั้งธุรกิจค้าปลีกอาหารและเครื่องดื่ม รวมถึงธุรกิจอื่น ๆ โดยเฉพาะร้าน Café Amazon ที่มีปริมาณจำหน่ายรวม 112 ล้านแก้ว เพิ่มขึ้น 3 ล้านแก้ว หรือ 2.8% จากไตรมาสก่อน
ขณะที่กลุ่มธุรกิจ Global มี EBITDA เพิ่มขึ้นมากกว่า 100% โดยมีปัจจัยหลักจากประเทศฟิลิปปินส์ ซึ่งมีกำไรขั้นต้นเฉลี่ยต่อลิตรของน้ำมันดีเซลสูงขึ้น และ สปป.ลาว ที่มีกำไรขั้นต้นเฉลี่ยต่อลิตรดีขึ้นในทุกผลิตภัณฑ์
หม่อมหลวงปีกทองกล่าวว่า OR ยังคงได้รับการจัดอันดับเครดิตองค์กรจากทริสเรทติ้งที่ระดับ “AA+” แนวโน้มอันดับเครดิต “คงที่” หรือ Stable ต่อเนื่องเป็นปีที่ 4 สะท้อนสถานะทางการเงินที่แข็งแกร่ง ความเป็นผู้นำในตลาดผลิตภัณฑ์น้ำมันปิโตรเลียมในไทย และความแข็งแกร่งของธุรกิจ Lifestyle ซึ่งช่วยเพิ่มความสามารถในการทำกำไร
นอกจากนี้ ในไตรมาสที่ผ่านมา OR ได้ลงทุนในบริษัท ไทยไปป์ไลน์ เน็ตเวิร์ค จำกัด หรือ TPN ผ่านบริษัท มอดูลัส เวนเจอร์ จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทย่อยของ OR โดยเข้าถือหุ้น 55.41% ใน TPN ผู้ประกอบธุรกิจระบบขนส่งน้ำมันทางท่อจากจังหวัดสระบุรีไปยังภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
การลงทุนดังกล่าวมีเป้าหมายเพื่อเสริมความแข็งแกร่งด้านโครงสร้างพื้นฐาน หรือ Infrastructure เพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน และยกระดับความสามารถในการแข่งขันของกลุ่มธุรกิจ Mobility เพื่อรองรับการเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาว
ทั้งนี้ OR ระบุว่า ผลการดำเนินงานไตรมาสแรกปี 2569 สะท้อนความสามารถในการบริหารองค์กรท่ามกลางความไม่แน่นอนของตลาดพลังงานโลก ผ่านการบริหารความเสี่ยงรอบด้าน ควบคุมต้นทุนและค่าใช้จ่ายอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อรักษาเสถียรภาพและอัตรากำไรของธุรกิจในระยะกลางและระยะยาว สอดคล้องกับวิสัยทัศน์ “Empowering All toward Inclusive Growth”
“OR ยังคงยืนหยัดเคียงข้างคนไทยทุกสถานการณ์ โดยเฉพาะช่วงความผันผวนจากความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ผ่านการบริหารจัดการน้ำมันอย่างเต็มความสามารถ เพื่อให้ประชาชนมีพลังงานใช้อย่างทั่วถึงและเพียงพอ พร้อมเดินหน้ากลยุทธ์เสริมสร้างความแข็งแกร่งของแบรนด์และความมั่นคงทางพลังงานของประเทศอย่างต่อเนื่อง” หม่อมหลวงปีกทองกล่าว
อ่านข่าวต้นฉบับ: OR กำไรไตรมาสแรก 2.4 พันล้าน โต 16% เดินหน้าขยาย Mobility-Lifestyle