กกร.สะท้อนเสียง 36 สมาคมธุรกิจ เร่งรัฐบาลแก้ปัญหาขาดแคลนแรงงานต่างด้าว หลังหลายอุตสาหกรรมขาดแรงงานหนัก โดยเฉพาะก่อสร้าง เกษตร อาหารแปรรูป โรงแรม และส่งออก ชี้แรงงานกัมพูชาราว 194,000 คน ส่วนใหญ่ใบอนุญาตหมดอายุ เสี่ยงหลุดนอกระบบ กระทบความมั่นคงและเศรษฐกิจ เสนอรัฐต่ออายุแรงงานทุกสัญชาติที่อยู่ในไทยอย่างถูกเงื่อนไข พร้อมเร่งหาแรงงานจากศรีลังกา บังกลาเทศ อินโดนีเซีย เสริมระยะยาว
นายวิบูลย์ สุภัครพงษ์กุล รองประธานกรรมการหอการค้าไทย และประธานคณะกรรมการแรงงานและพัฒนาฝีมือแรงงาน เปิดเผยว่า สถานการณ์เศรษฐกิจโลกยังมีความผันผวนจากความขัดแย้งระหว่างอิหร่าน-อิสราเอล ซึ่งเริ่มทวีความรุนแรงและส่งผลกระทบต่อไทยทั้งทางตรงและทางอ้อม โดยเฉพาะภาคส่งออก เกษตร ท่องเที่ยว และต้นทุนพลังงาน
คณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน หรือ กกร. ประเมินว่า การส่งออกไทยเผชิญความท้าทายจากต้นทุนโลจิสติกส์ที่สูงขึ้น ทั้งค่าระวางเรือและค่าประกันภัยความเสี่ยงสงคราม ขณะที่ภาคท่องเที่ยวอาจสูญเสียรายได้จากนักท่องเที่ยวตะวันออกกลาง ซึ่งเป็นกลุ่มที่มีกำลังซื้อสูง โดยภาพรวมสถานการณ์ดังกล่าวอาจฉุด GDP ไทยลดลง 0.1-0.8% ตามระดับความรุนแรงของเหตุการณ์
อย่างไรก็ตาม วิกฤตดังกล่าวยังอาจเป็นโอกาสของไทย โดยเฉพาะการส่งออก หากเกิดภาวะสินค้าขาดแคลนในบางตลาด แต่ไทยจำเป็นต้องวางแผนเส้นทางขนส่งทางเลือกอย่างรอบคอบ ทั้งเส้นทางผ่านซาอุดีอาระเบีย หรือผ่านทวีปแอฟริกาเข้าสู่ตะวันออกกลาง
ขณะเดียวกันภาคท่องเที่ยวอาจได้รับอานิสงส์จากนักท่องเที่ยวยุโรป โดยเฉพาะกลุ่มสแกนดิเนเวีย ที่เคยเดินทางไปตะวันออกกลาง อาจเปลี่ยนจุดหมายมายังเอเชีย อาเซียน และไทยมากขึ้น รวมถึงกลุ่มนักลงทุนและผู้มีฐานะจากตะวันออกกลาง ที่อาจมองหาพื้นที่ปลอดภัยสำหรับพักอาศัยหรือลงทุน ซึ่งไทยมีศักยภาพในฐานะศูนย์กลางด้านสุขภาพและการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ
นายวิบูลย์กล่าวว่า แม้ไทยยังมีโอกาสจากสถานการณ์ดังกล่าว แต่ภาคเอกชนยังเผชิญปัญหาสำคัญ คือ การขาดแคลนแรงงาน โดยไทยกำลังเผชิญปัญหาเชิงโครงสร้างจากกำลังแรงงานในประเทศที่ลดลงตามอัตราเกิดที่ลดลง ขณะที่ข้อจำกัดในการนำเข้าแรงงานต่างด้าวทำให้หลายภาคธุรกิจขาดแรงงานต่อเนื่อง ทั้งแรงงานไร้ฝีมือ กึ่งฝีมือ และแรงงานฝีมือ
ปัจจุบันมีสมาชิกผู้ประกอบการและสมาคมธุรกิจจำนวนมากร้องเรียนมายัง กกร. ว่า ขาดแคลนแรงงานต่างด้าวอย่างรุนแรง กระทบต่อการผลิต การให้บริการ และความสามารถในการแข่งขัน โดยเฉพาะภาคก่อสร้าง ภาคการผลิต ภาคเกษตรและอุตสาหกรรมต่อเนื่อง เช่น งานเก็บผลไม้ตามฤดูกาล รวมถึงภาคบริการ ซึ่งเกี่ยวข้องกับโครงการลงทุนภาครัฐด้านโครงสร้างพื้นฐานในช่วงครึ่งหลังของปี 2569
นายวิบูลย์กล่าวว่า ภาคเอกชนต้องการให้รัฐบาลแยกประเด็นความขัดแย้งระหว่างประเทศออกจากการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ โดยเฉพาะกรณีแรงงานกัมพูชาที่ขณะนี้ผู้ประกอบการเดือดร้อนมากที่สุด เพราะแรงงานกลุ่มนี้ยังทำงานอยู่ในไทย และนายจ้างดูแลอยู่ภายใต้ระบบ หากไม่เร่งแก้ไขจะกระทบต่อธุรกิจจำนวนมาก
ทั้งนี้ ภาคเอกชนเตรียมนำเรื่องดังกล่าวเข้าพบนายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ในวันที่ 25 พฤษภาคม เวลา 09.30 น. เพื่อยื่นหนังสือและเสนอแนวทางแก้ไขปัญหา พร้อมขอให้นำเรื่องเสนอนายกรัฐมนตรีเพื่อพิจารณาต่อไป
นายสุชาติ จันทรานาคราช รองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย กล่าวว่า กกร.มีความกังวลต่อสถานการณ์แรงงานต่างด้าวที่ยังไม่มีแนวทางแก้ไขชัดเจนเป็นรูปธรรม จึงขอให้รัฐบาลเร่งแก้ปัญหาขาดแคลนแรงงานต่างด้าวในอุตสาหกรรมต่าง ๆ โดยเร็ว
ปัจจุบันไทยมีแรงงานต่างด้าวมากกว่า 3.9 ล้านคน ซึ่งเป็นกำลังสำคัญของภาคการผลิต เกษตร ก่อสร้าง และบริการ แต่ยังมีปัญหาคาราคาซัง โดยเฉพาะแรงงานกัมพูชาที่อยู่ในไทยราว 194,000 คน ซึ่งส่วนใหญ่ใบอนุญาตทำงานหมดอายุแล้ว หากไม่มีการพิจารณาแก้ไขจะกลายเป็นแรงงานผิดกฎหมายและหลุดออกนอกระบบ ทำให้ยากต่อการควบคุม และอาจกลายเป็นปัญหาด้านความมั่นคง
นายสุชาติกล่าวว่า กกร.เข้าใจว่าการบริหารจัดการแรงงานต่างด้าวต้องคำนึงถึงมิติความมั่นคงควบคู่กับมิติเศรษฐกิจและสังคม แต่ในสถานการณ์เร่งด่วนจำเป็นต้องมีมาตรการทั้งระยะสั้นและระยะกลาง โดยเฉพาะการต่ออายุใบอนุญาตทำงานของแรงงานทุกสัญชาติที่ยังอยู่ในประเทศไทย
สำหรับข้อเสนอของ กกร. ต่อรัฐบาล มี 5 ประเด็นหลัก ได้แก่
นายสุชาติกล่าวว่า ภาคเอกชนไม่ได้เรียกร้องเฉพาะแรงงานกัมพูชา แต่ต้องการให้รัฐวางระบบบริหารจัดการแรงงานต่างด้าวทั้งประเทศ ทั้งด้านปริมาณและคุณภาพ เพื่อให้เพียงพอต่อภาคอุตสาหกรรมและเศรษฐกิจไทยในระยะยาว
สำหรับแรงงานจากประเทศอื่น เช่น ศรีลังกา บังกลาเทศ และอินโดนีเซีย เป็นแนวทางที่ กกร.เคยเสนอให้กระทรวงแรงงานพิจารณามาแล้ว โดยเฉพาะศรีลังกาที่มีความเป็นไปได้สูงและเคยมีการหารือระดับรัฐบาลต่อรัฐบาล แต่จำนวนแรงงานยังไม่มากนัก อยู่ในระดับหลักพัน จึงต้องติดตามความคืบหน้ากับกระทรวงแรงงานต่อไป
นายสุชาติกล่าวย้ำว่า ภาคเอกชนไทยสนับสนุนการจ้างแรงงานต่างด้าวอย่างถูกกฎหมาย และพร้อมให้ความร่วมมือกับรัฐบาลในทุกด้าน แต่หากสถานการณ์ยังไม่ได้รับการแก้ไขโดยเร็ว ผู้ประกอบการ โดยเฉพาะเอสเอ็มอี จะได้รับผลกระทบรุนแรง และกระทบต่อเศรษฐกิจโดยรวมของประเทศอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
อ่านข่าวต้นฉบับ: กกร.จี้รัฐปลดล็อกแรงงานต่างด้าว หวั่น 36 สมาคมธุรกิจสะดุด-ฉุดเศรษฐกิจ
