“ศุภจี” เผยมาตรการบริหารจัดการผลไม้เชิงรุกเริ่มส่งสัญญาณบวก ดันส่งออกสินค้าเกษตรเดือนเมษายน 2569 กลับมาขยายตัว 17.9% หลังติดลบต่อเนื่อง 8 เดือน โดยเฉพาะทุเรียนส่งออกพุ่ง 109.5% เงาะเพิ่ม 92.8% ลิ้นจี่เพิ่ม 70% พร้อมเดินหน้าหาตลาดล่วงหน้า เปิดทางโลจิสติกส์ และดันแคมเปญ Thailand : The Land of Tropical Fruits กระตุ้นบริโภคทั้งในและต่างประเทศ
นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า มาตรการบริหารจัดการผลไม้เชิงรุกของกระทรวงพาณิชย์เริ่มสะท้อนผลเชิงบวก หลังจากกระทรวงเดินหน้าแก้ปัญหาเชิงโครงสร้างสินค้าเกษตร โดยเข้าไปดูแลตั้งแต่ก่อนผลผลิตออกสู่ตลาด จนถึงช่วงผลผลิตออกสู่ตลาด
มาตรการสำคัญประกอบด้วย การจัดกิจกรรมเชิงรุกเพื่อผลักดันการส่งออกผลไม้ทั่วโลกก่อนฤดูกาลผลิต การส่งทีมไปเจรจากับด่านในลาว เวียดนาม และจีน เพื่ออำนวยความสะดวกด้านโลจิสติกส์ รวมถึงการมอบหมายทูตพาณิชย์ในจีนประสานผู้นำเข้า ทำให้มียอดสั่งซื้อทุเรียนปีนี้ปริมาณ 1-1.1 ล้านตัน
ขณะเดียวกัน ทูตพาณิชย์ในเวียดนาม ไต้หวัน เกาหลีใต้ มาเลเซีย อินเดีย สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ และออสเตรเลีย ยังช่วยหาตลาดส่งออกมังคุดได้ 150,000 ตัน พร้อมเดินหน้าส่งเสริมตลาดผลไม้ไทยในจีน ทั้งเมืองหลักและเมืองรอง รวมถึงตลาดศักยภาพ เช่น เกาหลีใต้และอินเดีย
นอกจากนี้ ยังมีการส่งเสริมภาพลักษณ์ผลไม้ไทยในตลาดตะวันออกกลาง เอเชียใต้ สหภาพยุโรป และเอเชียกลาง พร้อมเปิดช่องทางจำหน่ายทุเรียนผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ในต่างประเทศ ทำให้ตลาดผลไม้ไทยคึกคักและมีคำสั่งซื้อเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง
นางศุภจีกล่าวว่า ผลจากมาตรการดังกล่าว ทำให้การส่งออกสินค้าเกษตรเดือนเมษายน 2569 เพิ่มขึ้น 17.9% หลังจากติดลบต่อเนื่อง 8 เดือน โดยผลไม้สำคัญที่ขยายตัวสูง ได้แก่ ทุเรียน เพิ่มขึ้น 109.5% เงาะ เพิ่มขึ้น 92.8% และลิ้นจี่ เพิ่มขึ้น 70% สะท้อนความต้องการผลไม้ไทยที่ยังเพิ่มขึ้นในตลาดโลก
กระทรวงพาณิชย์มั่นใจว่า การส่งออกผลไม้ไทยจะขยายตัวต่อเนื่อง จากมาตรการและกิจกรรมกระตุ้นการส่งออกที่ยังเดินหน้าอย่างเข้มข้น
สำหรับตลาดในประเทศ กระทรวงพาณิชย์ได้ร่วมมือกับห้างค้าส่งค้าปลีกและห้างสรรพสินค้าชั้นนำ จัดกิจกรรมจำหน่ายผลไม้และบุฟเฟต์ผลไม้ รวมถึงทำตลาดผ่านห้างค้าส่งค้าปลีก ตลาดกลาง ตลาดสด แพลตฟอร์มออนไลน์ และผู้ประกอบการเอกชน
นอกจากนี้ ยังนำผลไม้ไปจำหน่ายทั่วประเทศผ่านโครงการไทยช่วยไทย ณ ที่ว่าการอำเภอ ไปรษณีย์ไทย และรถพุ่มพวง โดยตั้งเป้ากระตุ้นการบริโภคผลไม้ในประเทศไม่ต่ำกว่า 500,000 ตัน เพื่อเร่งกระจายผลผลิตและเพิ่มช่องทางจำหน่ายให้เกษตรกร
กระทรวงพาณิชย์ยังเตรียมจัดกิจกรรมโปรโมตผลไม้ไทย ภายใต้แคมเปญ “Thailand : The Land of Tropical Fruits” เพื่อสื่อสารไปยังผู้บริโภค นักท่องเที่ยวไทยและต่างชาติ ให้รับรู้ว่าประเทศไทยเป็นจุดหมายปลายทางด้านผลไม้เมืองร้อนคุณภาพของโลก และช่วยกระตุ้นการบริโภคผลไม้ไทยเพิ่มขึ้น
นางศุภจีกล่าวเพิ่มเติมว่า นอกจากมาตรการเชิงรุกในปีนี้ กระทรวงพาณิชย์ยังเร่งแก้ปัญหาเชิงโครงสร้างเป็นเฟส โดยเริ่มเห็นความคืบหน้าในหลายด้าน ตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำ
ด้านต้นน้ำ มุ่งยกระดับคุณภาพสินค้าเกษตร พัฒนาระบบตรวจสอบย้อนกลับ หรือ Traceability ให้สอดคล้องกับมาตรฐานตลาด โดยบูรณาการร่วมกับสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และผู้ประกอบการ รวมถึงสนับสนุนโครงการตรวจสอบคุณภาพย้อนกลับ หรือ Q-Chan สินค้าทุเรียนจังหวัดจันทบุรี
ด้านกลางน้ำ เร่งส่งเสริมการแปรรูปเพื่อดูดซับผลผลิตส่วนเกิน และนำนวัตกรรมมาประยุกต์ใช้ เป็นกลไกช่วยชะลอผลผลิตที่ออกสู่ตลาดจำนวนมาก และยกระดับราคาให้สูงขึ้น
ส่วนปลายน้ำ ทูตพาณิชย์และสำนักงานพาณิชย์จังหวัดทั่วประเทศเร่งรักษาตลาดส่งออกเดิม เจาะตลาดใหม่ ขยายตลาดสินค้าแปรรูป และเพิ่มช่องทางจำหน่ายที่หลากหลาย ทั้ง Live Commerce, Online Platform, TikTok, KOL และ Influencer รวมถึงการสร้างแบรนด์สินค้า ต่อยอดสินค้าอัตลักษณ์ สินค้าสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ หรือ GI และใช้กลไก Contract Farming เพื่อให้เกิดการซื้อขายล่วงหน้าอย่างเป็นรูปธรรม
อ่านข่าวต้นฉบับ: ศุภจี ลุยแผนผลไม้เชิงรุก ดันส่งออกสินค้าเกษตร เม.ย. กลับมาฟื้นโต 17.9%
