รักษาการเลขาฯ กสทช. แจงปม ป.ป.ช. ทวงถามข้อเท็จจริง เรื่อง ประธาน กสทช. ขาดคุณสมบัติ ของ ป.ป.ช. เร่งขอขยายเวลาชี้แจงเป็น 30 วัน โดยระบุเป็นเหตุเกิดในช่วงสรรหาจากวุฒิสภาคณะเดิม ต้องให้ ป.ป.ช. ไปทวงถามที่ เลขาฯ วุฒิสภา
นายไตรรัตน์ วิริยะศิริกุล รักษาการแทน เลขาธิการคณะกรรมการ กิจการกระจายเสียงกิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) เปิดเผยว่า หลังจาก สำนักงาน กสทช. ได้รับหนังสือจาก สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบการการทุจริตแห่งชาติ ได้ทำหนังสือถึงเลขาธิการ กสทช. ให้ชี้แจงข้อเท็จจริง กรณี ศ.คลินิก นพ.สรณ บุญใบชัยพฤกษ์ ประธาน กสทช. ส่อขาดคุณสมบัติหรือมีลักษณะต้องห้าม (มาตรา 8) หลังพบว่ายังรับค่าตอบแทนรักษาคนไข้ในช่วงการดำรงตำแหน่ง พร้อมจี้ กสทช. แจงอำนาจตรวจสอบและดำเนินการภายใน 15 วัน นั้น
เบื้องต้นได้ขอขยายเวลาเป็น 30 วัน เนื่องจากกว่าเอกสารจะส่งมาถึง ในวันที่ 7 เม.ย. และติดช่วงวันหยุดยาวในเทศกาลสงกรานต์
และว่า ประเด็นปัญหาที่ ป.ป.ช. ต้องการทราบนั้น เป็นส่วนที่เกิดในกระบวนการสรรหา ซึ่งเป็นอำนาจของวุฒิสภา ซึ่งหมดวาระไปแล้ว ดังนั้นจะทำเรื่องชี้แจงว่าให้ไปสอบถามรายละเอียดจากสำนักงานเลขาธิการวุฒิสภาแทน
และกระบวนการใดที่เกิดขี้นภายในสำนักงาน กสทช. ก็จะมีการรายงานชี้แจงนามข้อเท็จจริงได้ครบถ้วนอยู่แล้ว และได้ส่งหนังสือขอขยายระยะเวลาไป 30 วัน หรือครบกำหนดประมาณวันที่ 21 พ.ค.
“เรื่องนี้เป็นเรื่องเก่า จริงๆ แล้วที่ผ่านมาทาง สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ได้ตอบไปหมดแล้ว โดยให้ให้คณะกรรมการสรรหาเป็นคนพิจารณา แต่เมื่อมีการเสนอรายชื่อแและมีโปรดเกล้าฯแต่งตั้ง ก็ถือว่าจบ โดยก่อนการสรรหาฯ ประธานฯ กสทช. จะทำอะไร ก็ถือว่าไม่ผิด แต่เมื่อสมัครเข้ารับการสรรหาเป็นกสทช. ได้รับเลือกจากการสรรหาฯแล้วก็ลาออกจากบอร์ดต่างๆ หรือการประกอบอาชีพแพทย์อยู่ เข้าใจว่าเป็นการทำก่อนได้รับการโปรดเกล้าฯแต่งตั้งทั้งนั้น”
เมื่อสอบถาม นพ.สรณ ได้กล่าวว่า ป.ป.ช. ได้ถามสำนักงาน กสทช. ไม่ใช่ตน และยืนยันว่า “ผมไม่ได้มีอะไรผิด”
ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า ประเด็นสำคัญจากการหนังสือของ ป.ป.ช. ระบุว่า สำนักงาน ป.ป.ช. ได้รับเรื่องกล่าวหา ผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองทุจริตต่อหน้าที่หรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ และฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง กรณีละเว้นไม่นำความกราบบังคมทูล เพื่อมีพระบรมราชโองการให้ประธาน กสทช. พ้นจากตำแหน่งเนื่องจากขาดคุณสมบัติหรือมีลักษณะต้องห้าม
รวมถึงกระทำการฝ่าฝืนพระราชบัญญัติองค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกำกับการประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม พ.ศ.2553 สำนักงาน ป.ป.ช. มีกรณีจำเป็นต้องขอทราบข้อเท็จจริงและขอเอกสารหลักฐาน ดังนี้
1.การตรวจสอบคุณสมบัติการดำรงตำแหน่งของคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ อยู่ในอำนาจหน้าที่หน่วยงานหรือบุคคลใด ตามระเบียบกฎหมายใด
2.เมื่อปรากฏข้อเท็จจริงว่าผู้ดำรงตำแหน่งคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ ขาดคุณสมบัติหรือมีลักษณะต้องห้าม สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ มีอำนาจหน้าที่ต้องดำเนินการอย่างไร ตามระเบียบ กฎหมายใด
3.หากปรากฎข้อเท็จจริงว่าผู้ดำรงตำแหน่งประธานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคนาคมแห่งชาติ (ประธาน กสทช.) ขาดคุณสมบัติหรือมีลักษณะต้องห้าม คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ มีอำนาจหน้าที่ต้องดำเนินการ อย่างไรตามระเบียบกฎหมายใด
อ่านข่าวต้นฉบับ: “สรณ-ไตรรัตน์” แจงปมร้อน ป.ป.ช. ทวงข้อเท็จจริง ประธาน กสทช. ขาดคุณสมบัติ