ศุภจี แจง กระทู้ สว.ใช้ห้องเย็นยืดอายุผลไม้ จัดการล้งให้มีคุณภาพ การันตีใช้การตลาดแบบใหม่-ให้อินฟลูฯไทย-ตปท.ช่วยกันผลักดัน เพื่อเกษตกรไม่ต้องเร่ขายสินค้าริมถนน
ในการประชุมวุฒิสภา ที่มี พล.อ.เกรียงไกร ศรีรักษ์ รองประธานวุฒิสภาคนที่หนึ่ง เป็นประธานการประชุม วาระพิจารณากระทู้ถามเป็นหนังสือ โดย นายยุคล ชนะวัฒน์ปัญญา สว. ตั้งกระทู้ถาม นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกฯ และ รมว.พาณิชย์ กรณีการดำเนินโครงการจัดตั้งศูนย์บริหารจัดการมหานครผลไม้ครงวงจร จ.จันทบุรี ที่พบถูกเลื่อนการทำโครงการดังกล่าวทั้งที่มีการอนุมัติจากรัฐบาลถึง 2 ครั้ง และผ่านการทำประชาพิจารณ์จากคนในพื้นที่ ซึ่งได้รับความเห็นชอบ ทำให้ชาวสวนในพื้นที่ขาดโอกาสในการขายสินค้าและเสียโอกาสให้กับกลุ่มทุนต่างชาติที่ชิงขายสินค้าตัดหน้าและพบการกดราคาสินค้าผลไม้ของชาวสวนไทย ทั้งนี้โครงการศึกษามากว่า 20 ปีและมีความพร้อมทุกอย่าง ดังนั้นขอถามถึงความชัดเจนว่า คณะรัฐมนตรี (ครม.) จะเดินหน้า และนำเข้าที่ประชุม ครม. เมื่อใด
นางศุภจี ชี้แจงว่า การจัดการพืชเกษตร รัฐบาลสนใจมุ่งมั่นทำให้ดี เกษตรกรทำรายได้ตั้งต้น 6% ของจีดีพี แต่มีแรงงาน 30% ถือไม่มีความสมดุล หากแก้ไขได้ จะทำให้คนใประเทศกินดีอยู่ดี เป็นความตั้งใจของรัฐบาลให้สินค้าเกษตรมีเสถียรภาพ
อย่างไรก็ตามการดูแลสินค้าเกษตรต้องบูรณาการการแก้ปัญหาทุกภาคส่วน ขณะที่ในพื้นที่ จ.จันทบุรี ซึ่งตนได้ลงพื้นที่ได้เห็นล้งที่ทำถูกต้อง ทั้งนี้มีล้งจำนวนมากที่ให้ทีมงานตรวจดูแล หากไม่ดีต้องจัดการรวมถึงดูแลเรื่องคุณภาพ
“ที่คุยกันไม่เฉพาะตลาดกลาง แต่คือศูนย์บริหารผลไม้องค์รวม รวมถึงการแปรรูปสินค้าเกษตร สำหรับทุเรียนที่มีผลผลิตจำนวนมาก ได้ดูห้องเย็นเพื่อยืดอายุของผลไม้ ซึ่งเรื่องที่ตั้งคำถามจะขอรับไปดูแล ไม่เฉพาะตลาดกลางแต่ดูเรื่องแปรรูปเพื่อให้สินค้าเกษตรเพิ่มมูลค่าและเกษตรกรมีรายได้มากขึ้น”
นางศุภจี กล่าวต่อว่า ขณะนี้ได้เตรียมทำการตลาดแบบใหม่และต่อเนื่อง ทั้งนี้จะให้อินฟลูเอนเซอร์จากประเทศจีนมาไลฟ์ที่ล้งไทย และให้อินฟลูเอนเซอร์ภายในประเทศช่วยกันผลักดัน เพราะมีสินค้าที่ต้องผลักดันจำนวนมาก ดังนั้นเกษตรกรไม่ต้องนำผลไม้มาเร่ขายริมถนนอีกต่อไป
อ่านข่าวต้นฉบับ: ศุภจี แจง สว. ใช้การตลาดใหม่-อินฟลูฯช่วย เกษตกรจะได้ไม่ต้องเร่ขาย
